เกาหลีอีกมุม....ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว,
ประเพณีวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่, อาหาร, และสารพัดสารเพ


ชื่อต่างๆ ที่เป็นภาษาเกาหลี
พยายามเขียนออกเสียงให้ใกล้เคียงมากที่สุด


การเทียบค่าเงินวอนกับเงินบาท เป็นการประมาณค่าที่ 1,000 วอน = 35 บาท

จะไม่เน้นว่าสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งเดินทางไปยังไง เช่น ขึ้นรถไฟ สายไหน ลงที่ไหน

ให้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

17 พฤษภาคม 2553

ตอนที่ 16 อ่างเก็บน้ำในคิมเจ ตำนานมังกร 2 ตัว

วันนี้จะไปบุกแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีค่ะ ซึ่งที่นี่มีอ่างเก็บน้ำ
ที่เก่าแก่ที่สุดสำหรับใช้ในการชลประทานเพาะปลูกข้าวด้วย

คิมเจ เป็นแหล่งปลูกข้าว,มีอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเกาหลี

คิมเจ อยู่ในจังหวัดเชินลาเหนือ เป็นแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุด จนที่นี่ได้รับ
ฉายาเป็น "เมืองแห่งข้าว" และที่นี่มีอ่างเก็บน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในเกาหลี มีชื่อว่า
บยอค-กล-เจ 벽골제และที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีสัญลักษณ์เป็นรูปมังกร 2 ตัว

เรามารู้จักคิมเจกันหน่อย

คิมเจได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเกษตรกรรม อยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเชินลาเหนือ
ตั้งอยู่ใจกลางที่ราบโฮนัม, และภูเขามอค คิมเจ เป็นแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุด
และมีทัศนียภาพงดงาม รวมทั้งยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอีกด้วย

ดิฉันไม่ทราบว่าในเกาหลีมีอ่างเก็บน้ำกี่แห่ง แต่ที่เคยได้ยินได้ฟัง นอกจาก
บยอค-กล-เจ แล้วก็มีอ่างเก็บน้ำซูซานเจ จังหวัดคยองซังใต้,

อ่างเก็บน้ำบยอค-กล-เจ เป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่และเก่าที่สุดในเกาหลี
มีความยาว 3,240-3,245 เมตร สูง 5.7 เมตร สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์
แบคเจ โดยกษัตริย์บิรยอ ส่วนแหล่งน้ำนั้นก็เป็นน้ำที่มาจากภูเขามอค,
คูซอง, ซังดู

ที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีตำนานของมังกร 2 ตัวด้วยค่ะ

สัญลักษณ์มังกร 2 ตัว หมายถึงอะไร? เค้ามีตำนานเล่ามาอย่างงี้คะ
มีหญิงสาวบริสุทธิ์คนหนึ่ง ชื่อว่า ดันยา กระโดดลงไปในอ่างเก็บน้ำ
เพื่อที่จะช่วยชีวิตคนรักของเธอ ซึ่งถูกน้ำพัดพาไปท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว
แต่สุดท้ายเธอและคนรักเสียชีวิตหรือไม่ ลืมไปแล้วขออภัย

ความหาญกล้าของเธอทำให้มีการสร้างมังกร 2ตัว เพื่อเป็นอนุสรณ์ และ
ชาวบ้านก็นับถือว่าเป็นเทพแห่งน้ำ และเป็นผู้ปกป้องอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ตั้งแต่
นั้นเป็นต้นมา

มังกรทำด้วยไม้ไผ่และเคเบิ้ลเหล็ก สูง 15 เมตร ยาว 54 เมตร
ตัวหนึ่งเรียกว่า แบครยอง แปลว่ามังกรสีขาว ส่วนอีกตัวเรียกว่า
ชองรยอง แปลว่ามังกรสีน้ำเงิน

อ่างเก็บน้ำบยอคกลเจ จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดเชินลาเหนือ
และยังเป็นสถานที่ทัศนศึกษาของนักเรียนเกาหลีด้วยคะ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้ง
ของพิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมบยอคกลเจ

พิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมบยอคกลเจ จะจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในงาน
เกษตรกรรม แต่ส่วนใหญ่จะเป็นของในสมัยโบราณ เช่นรหัสวิดน้ำ,จอบ,
เสียม หรือแม้แต่รูปปั้นโคและกระบือ จะมีการสาธิตวิธีการปลูกข้าว
การฟัดข้าว จนได้มาเป็นข้าวสาร ผู้เข้าชมจะร่วมลองทำได้ด้วย

คิมเจมีงานเทศกาลที่โด่งดังอยู่งานหนึ่งจัดมาตั้งแต่ปี 1999 เรียกว่า 지평선축제
Gimje Horizon Festival เพื่อโปรโมตให้ทราบว่าคิมเจเป็นแหล่งปลูกข้าว
และได้รับเลือกให้เป็นเทศกาลที่ดีที่สุดในเกาหลี 5 ปีติดต่อกัน

คิมเจไปทางซ้าย ทางเดียวกับไปภูเขาอิค




ลองสังเกตกันดูก็ได้ค่ะ ถ้าหากไปเดินเที่ยวตามห้างสรรพสินค้า แล้วเจอ
ข้าวสารที่เป็นถุงๆ ส่วนใหญ่จะระบุว่าเป็นข้าวที่มาจากคิมเจ
แต่ฉันทานข้าวของเกาหลีหรือญี่ปุ่นไม่ค่อยอร่อย ไม่ถูกปาก เพราะ
เมล็ดข้าวของเขาจะสั้นๆ เหนียวๆ กินแล้วเหมือนข้าวเหนียว


ข้าวหอมมะลิของไทยเราก็มีขายในเกาหลีด้วยเหมือนกัน
หลายยี่ห้อด้วยค่ะ ส่วนใหญ่ถ้าคนเกาหลีจะทานข้าวไทย
เค้ามักจะเอาไปผัด เมนูสุดอร่อยคือข้าวผัดกุ้งค่ะ

ความแตกต่างระหว่างเมล็ดข้าวเกาหลี และ ไทย




ปิดท้ายเป็นภาพเมนูอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพัทยา ที่มีคนเกาหลีไป
ทานกันไม่ขาดสาย สุดเดิ้นแค่ไหน เมนูเป็นภาษาเกาหลี ราคาไม่แพงมากนัก
สมน้ำสมเนื้อ คิดแพงมากไม่ได้ เพราะจะมีเพื่อนคนไทยพาไป พวกเรารู้ราคา
กันอยู่

09 พฤษภาคม 2553

ตอนที่ 15 "แฮชิ" สัญลักษณ์แห่งโซล

"แฮชิ" (해치) กลายเป็นของที่ระลึกที่ขายดีในโซล คนเกาหลีนิยมหาซื้อมาเก็บไว้
หลังจากที่มีการประกาศให้ "แฮชิ" เป็นสัญลักษณ์ของมหานครโซล ตั้งแต่ปี2008

"แฮชิ"(해치) พัฒนามาจาก "แฮแท"(해태)คนเกาหลีทุกคนรู้จัก "แฮแท" เพราะถือเป็น
เทพเจ้าองค์หนึ่งในตำนานของประเทศ แฮแท มีรูปร่างหน้าตาเหมือนสิงโต แต่มี
เขางอกออกมาจากหน้าผาก ว่ากันว่าเป็นเทพคุ้มครองอัคคีและความโชคร้ายต่างๆ

แฮแทเป็นสัตว์ในตำนาน เป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรมและความซื่อสัตย์

มหานครโซลต้องการที่จะให้แฮชิมีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นสัญลักษณ์ของโซล
เหมือนกับสัญลักษณ์เมืองอื่นๆ ในต่างประเทศ เช่น Big Apple ของมหานครนิวยอร์ค,
เมอร์ไลอ้อน ของสิงคโปร์ หรือ Buddy Bear ของเบอร์ลิน

Hosted image

กว่าที่โซลจะได้มาซึ่งไอคอน "แฮชิ" ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ และเลือกรูปร่าง
หน้าตาของแฮชิ ใช้เวลากว่า 6 เดือนทีเดียว มีการประกวดภาพวาดแฮชิของเด็กๆ
และมีการจัดแสดงผลงานนิทรรศการแฮชิด้วย

และในที่สุด "แฮชิ" ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของโซล เมื่อเดือนพฤษภาคม2008

แต่ก่อนที่ "แฮชิ" จะเข้ามาเป็นสัญลักษณ์ตัวใหม่ของโซล ทราบมั้ยค่ะว่าที่ผ่านมา
สัญลักษณ์ประจำของโซลคืออะไร?

왕범이WangBomi วังบอมมี คือไอคอนเก่าของโซล เป็นรูปเสือ แต่คนไม่ค่อยรู้จัก เพราะ
ขาดการประชาสัมพันธ์

แฮชิ ถูกนำไปตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่หลายๆ จุดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในโซล เช่นที่
คังฮวามุน พลาซ่า โดยจะมีการทำการประชาสัมพันธ์ในทุกๆ ช่องทางเพื่อให้
นักท่องเที่ยวได้รับทราบ ประมาณว่าเดินไปตรงไหนก็จะเห็นแต่แฮชิ แฮชิ

ตอนนี้แฮชิตัวเหลืองๆ ก็กลายเป็นของที่ระลึกที่ประชาชนชาวโซล นิยมไปซื้อหา
กันที่ชอปของแฮชิ มาดัง ซึ่งเค้าผลิตออกมาเป็นทั้งตุ๊กตา, พวงกุญแจ, ที่ห้อย
โทรศัพท์มือถือ

เมื่อช่วงเทศกาลคริสมาสต์ที่ผ่านมา แฮชิขายดิบขายดีเหมือนแจกฟรี โดยเฉพาะ
ตุ๊กตาแฮชิใส่หมวกแดง ผลิตแบบlimited edition หรือแฮชิเขากวาง เป็น
สินค้าที่ขายเกลี้ยงร้าน ซึ่งคนส่วนใหญ่จะนำไปห้อยกับกระเป๋าหรือโทรศัพท์มือถือ

ร้านขายของที่ระลึกแฮชิ กลายเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หลังจาก
ที่มีฉากหนึ่งในละครเรื่อง "Iris" ของลุงเทพ ปรากฎกายร้านแฮชิแห่งนี้
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2009 ทำให้มีนักท่องเที่ยวมากกว่าปกติ

จะไปหาซื้อ "แฮชิ" ได้ที่ไหน?

ชอปของแฮชิจริงๆ ตอนนี้มีอยู่ 3 ร้านคือที่ 해치마당แฮชิ มาตัง ควังฮวามุนพลาซ่า,
ที่นี่จะมีการจัดแสดงนิทรรศการของแฮชิด้วย, Information Center ที่ชองคเย
และที่ร้านหนังสือยองพุง ในเขตจองโน

นอกจากนั้นก็มีวางขายตามสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โซล,
Dream Forest, อุทยานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ทงแดมุน

มหานครโซล มีโครงการที่จะเปิดชอบขายแฮชิในสนามบิน และในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ
เช่น COEX ภายในปี 2012

Hosted image

Hosted image

สินค้า "แฮชิ" มีอะไรบ้าง?

แฮชิที่ขายดีที่สุดก็คือตุ๊กตา รองลงมาก็จะเป็นกระเป๋าสะพาย, เสื้อผ้าเด็ก,แก้วน้ำ,
พวงกุญแจ, หมวก, ผ้าเช็ดหน้า, เข็มกลัด และหมวก ซึ่งสินค้าทั้งหมดมีประมาณ
300 รายการ

ภายในปี 2012 มหานครโซลกะว่าจะมีร้านจำหน่ายสินค้าแฮชิกว่า 20 ร้าน และจะ
เพิ่มรายการสินค้าเป็น 500 รายการ

โซลพยายามที่จะประชาสัมพันธ์แฮชิให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
โดยติดตราสัญลักษณ์ในทุกๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นข้างรถแท๊กซี่, ตามขั้นบันไดยังมีเลยอ่ะ

ไปเที่ยวโซลครั้งต่อไป อย่าลืมเอาแฮชิ (ราคาถูกๆ) ติดไม้ติดมือกลับมาด้วย

เขียนเรื่องแฮชิ ก็มีชื่อของควังฮวามุน พลาซ่า ที่เค้าปิดถนนถ่าย "IRIS"
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของโซล เอาไว้จะเล่าในตอนต่อๆ ไป

ถ้าใครเคยไปเที่ยวคังฮวามุนพลาซ่า คงจะเคยเห็นรูปปั้นหรืออนุสาวรีย์ของ
นายพลอีซุนชิน ที่ถือดาบยืนท้าวสะเอว ซึ่งประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจทีเดียว

นายพลอีซุนชิน ฉันเคยพูดไปแล้วคร่าวๆ ตอนที่ไปเที่ยวที่ยอซู ที่อะไรๆ
ก็เป็นเต่าๆๆ


แฮชิ สาขาร้านหนังสือยองพุง เขตจองโน
Hosted image

Hosted image

Hosted image

บริเวณคังฮวามุน พลาซ่า จะเห็นอนุสาวรีย์ของนายพลอีซุนชิน ยืนถือดาบ
ท่าทางน่าเกรงขาม


ทางเข้า "แฮชิมาตัง"


Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

02 พฤษภาคม 2553

ตอนที่ 14 ตลาดพยองฮวา แหล่งหนังสือมือสอง

ฉันเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เพราะฉะนั้นร้านหนังสือในที่ต่างๆ จึงเป็นจุดมุ่งหมายของฉัน

วันนี้เราจะไปซื้อหนังสือกันค่ะ แต่เอ๊ะ...ไม่ใช่ร้านหนังสือใหญ่โตอย่างคโยโบ แต่เราจะ
ไปเลือกซื้อหนังสือมือสองต่างหาก

แหล่งขายหนังสือมือสองของบ้านเรา ต้องยกให้จตุจักร แต่สำหรับเกาหลีก็ต้องเป็นที่
ชองเคชอน ตลาดพยองฮวา (평화시장) แต่ว่าร้านหนังสือมือสองของเกาหลี
ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นักในปัจจุบัน

ร้านที่มีชื่อเสียงในย่านนี้ก็เช่น ร้านยางจี ซอริม เจ้าของร้านอายุ 60 กว่าแล้ว ร้านนี้
เปิดขายมาตั้งแต่ปี 1971 ร้านเล็กนิดเดียว แต่หนังสือวางเต็มพรืดจนเหลือทางเดิน
แคบๆ

ตลาดพยองฮวา อาจจะรู้จักกันอีกชื่อว่า ถนนหนังสือมือสองทงแดมุน ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 1961

จุดกำเนิดของร้านหนังสือมือสอง เริ่มจากยุคกลางปี70 - ต้นปี80 จากร้านแผงลอยเล็กๆ
ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นอาจารย์, นิสิตนักศึกษา ส่วนหนังสือที่เป็นที่ต้องการ
ก็เช่น ตำราภาษาอังกฤษ, รายงานวิจัย,ตำราเรียนปริญญาโท-เอก

แต่ในช่วงปี 1980 เศรษฐกิจของเกาหลีเริ่มเติบโตขึ้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักเรียนก็ไม่ค่อย
ได้มาหาซื้อหนังสือมือสอง ก็จะหันไปซื้อหนังสือเล่มใหม่กันเพราะเงินสะพัด

ในระยะนั้น นอกจากเศรษฐกิจของเขาจะดีวันดีขึ้น จนร้านหนังสือมือสองบางร้านต้อง
ปิดตัวไป อีกสาเหตุหนึ่งก็มาจากคนเกาหลีหันไปนิยมดูกีฬากันมากขึ้น โดยเฉพาะกีฬา
เบสบอลและฟุตบอล ทำให้ไม่สนใจอ่านหนังสือกันเท่าไหร่ และในช่วงนี้เองทำให้ร้านขาย
อุปกรณ์กีฬาผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด

การมีอินเตอร์เน็ทเพิ่มเข้ามาบนโลกใบนี้ ก็ทำให้ร้านหนังสือมือสองหดหายไปเช่นเดียวกัน
เพราะต่างก็หันไปหาข้อมูลจากโลกไซเบอร์แทน

ส่วนราคาหนังสือของที่นี่ก็จะถูกกว่าหนังสือใหม่อยู่แล้ว แต่เท่าที่เห็นเค้าจะลดราคาจาก
หน้าปกลง 20-30%

ถึงแม้ตลาดหนังสือมือสองจะไม่ค่อยมีคนมาเดินเหมือนก่อน ร้านหนังสือย่านตลาดพยองฮวา
มีเหลืออยู่ไม่กี่ร้าน และยังมีร้านหนังสือใหม่ๆ เกิดขึ้นที่นี่แต่ร้านหนังสือเก่าก็ยังคง
เป็นสิ่งที่มีค่า

ที่พูซานก็มีแหล่งขายหนังสือมือสองเหมือนกัน ดูเหมือนจะใหญ่กว่าที่นี่ แต่จำไม่ได้
ว่าที่นั่นเขาเรียกว่าอะไร

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image


จะไปยังไงใช่มั้ยค่ะ เอาง่ายๆ เลย ดูจากแผนที่ ตลาดพยองฮวา จะอยู่ที่สี่เหลี่ยมแดง
ไปรถไฟใต้ดิน สาย1 หรือสาย4 เราจะลงที่สถานีรถไฟใต้ดินทงแดมุน ทางออกหมายเลข8
แล้วก็เดินข้ามสะพานคลองชองเกชอน ไปนิดเดียว เดินอีกหน่อยก็ถึงแล้ว

หรือจะลงทีสถานีทงแดมุน สเตเดี้ยม ก็ออกทางออกหมายเลข 13หรือ14 ก็ได้ค่ะ
แล้วก็หันหน้าไปทางคลองชองเกชอน แต่ไม่ต้องข้ามคลอง เดินไปเรื่อยๆ
ตลาดจะอยู่ทางซ้ายมือ

สถานีทงแดมุน กับ สถานีทงแดมุน สเตเดี้ยม มันคนละสถานีกันนะคะ

แต่ถ้าไปรถเมล์สะดวกมากๆ ขึ้นรถเมล์สาย163(B)รถเมล์คันสีน้ำเงิน
จะจอดหน้าตลาดเลย ความจริงมันก็มีหลายสาย แต่เคยขึ้นอยู่สายเดียว

คนที่เคยไปโซลแล้วได้ขึ้นรถเมล์บ้างปะค่า แล้วเคยสังเกตมั้ยค่ะ โซลมี
รถเมล์หลายสี

รถเมล์ในโซลมีทั้งหมด 4 สี คือ แดง, เหลือง, เขียว และน้ำเงิน แล้วรู้มั้ยค่ะ
ว่ารถเมล์4 สีต่างกันตรงไหน จะเฉลยในโอกาสต่อไป

ตลาดพยองฮวา ไม่ใช่จะขายแต่หนังสือ ที่นี่มีทุกอย่าง เสื้อผ้า, เครื่องประดับ,
ต้นไม้ ต่อราคาได้ค่ะ

คนไทยส่วนใหญ่ที่ไปอาจละเลยตลาดพยองฮวา เพราะจะมุ่งหน้าไปห้าง
อย่างเดียวเลย ซึ่งแถวนั้นก็มีDoota, Migliore

ถ้าไปเที่ยวกับดิฉันอย่าหวังว่าจะไปเดินชอปปิ้งที่ห้าง

Hosted image

เพื่อนร่วมทาง