หากคุณเดินทางโดยเครื่องบินจากโซลจะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ทั้งยังมีเที่ยวบิน
ตรงจากโตเกียว โอซากา นาโงย่า ฟูกูโอกะ เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง มายัง เชจู อีกด้วย
หรือคุณจะเดินทางมาจาก พูซาน วานโด อินชน ยอซู หรือ มกโพ โดยเรือเฟอร์รี่ก็ได้
เนื่องจากเป็นจังหวัดที่แยกออกไปจากแผ่นดินใหญ่ และมีบรรยากาศโรแมนติค
แบบประเทศในเขตร้อน โดยมีสี่ฤดูและอากาศอบอุ่นสบาย อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 15
องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปีและในฤดูร้อนอุณหภูมิโดยเฉลี่ยคือ 22-26 องศา
เซลเซียส คู่บ่าวสาวที่เพิ่งแต่งงานและนักท่องเที่ยวจึงนิยมไปเที่ยวที่เกาะแห่งนี้
ขอบคุณ: ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี
เกาะเชจู เป็นเกาะที่เกิดจากการทับถมของหินภูเขาไฟ เหมือนกับเกาะฮาวายของ
สหรัฐฯ
เกาะเชจู แบ่งออกเป็น 2 เมืองคือ เชจู และ ซอควีโพ
เกาะเชจู เป็นเกาะที่ไม่ใหญ่ไม่โตนัก อาจขับรถตระเวณไปรอบเกาะได้
มีประชากรประมาณ 5 แสนกว่า
เมืองเชจู มีพื้นที่ 977.91 ตารางกิโลเมตร
สถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังบนเกาะแห่งนี้ ก็คือภูเขาฮัลลา ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล
1,950 เมตร แต่วันนี้เรายังไม่ไป
เกาะเชจู ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก เพราะเค้าอนุรักษ์ไว้
ทัวร์ที่ไปเกาะเชจู ถ้าไม่พาไปพิพิธภัณฑ์เทดดี้แบร์ แสดงว่ายังไม่ไปถึงเชจู
ว่าเข้าไปนั่น วันนี้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เทดดี้แบร์ค่ะ
ใครที่ชอบตุ๊กตาหมีน้อยผู้น่ารัก รับรองจะต้องชอบที่นี่แน่นอน ว้าย...ตัวนี้น่ารักหว่ะ
เป็นประโยคที่มักได้ยินบ่อยๆ
มาดูประวัติคร่าวๆ ของเทดดี้แบร์กันหน่อย เทดดี้แบร์ ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากเกาหลี
และทำไมหมีน้อยต้องชื่อ "เท๊ดดี้"
หมีเท็ดดี้ ผลิตกันมานานนับร้อยปี สำหรับชื่อ "เท็ดดี้" ก็มาจากชื่อประธานาธิบดี
คนที่ 26 ของสหรัฐอเมริกา Theodore "Teddy" Roosevelt หรือเรารู้จักท่าน
ในชื่อรูสเวลท์นั่นเอง
วันหนึ่งประธานาธิบดีรุสเวลท์ จะไปออกล่าหมีในวันหยุด แต่วันนั้นทั้งวันท่านก็ล่าหมี
ไม่ได้เลย เจ้าคนติดตามคงอยากจะประจบเจ้านาย ก็เลยไปหาลูกหมีน่ารัก ไปมัดไว้กับ
ต้นไม้แล้วบอกให้ท่านยิง
แต่ท่านรู้สึกว่าถ้าท่านทำอย่างนั้นก็ไม่มีน้ำใจนักกีฬา เรื่องนี้ก็รู้ไปถึงหูประชาชน
ตาดำๆ ทำให้มีกระทาชาย 2 นาย คิดจะทำตุ๊กตาหมีชื่อ Teddy ขึ้นมา
Morris Michtom ชาวอเมริกัน และ Margarete Steiff ชาวเยอรมัน
จึงได้ผลิตตุ๊กตาหมีเทดดี้แบร์ตัวแรกขึ้นมา ในนามบริษัท Steiff Co. ซึ่ง
เทดดี้แบร์ ที่ผลิตโดยบริษัทนี้ก็มีส่วนจัดแสดงอยู่ที่เชจูด้วยเหมือนกัน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีชื่อเสียงในเมืองไทย ก็เนื่องจากละครเรื่อง "เจ้าหญิงวุ่นวายกับ
เจ้าชายเย็นชา" ที่ใช้โลเกชั่นในการถ่ายทำที่นี่
Teddy Bear Museum พิพิธภัณฑ์เทดดี้แบร์ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 24 เม.ย.2001
มีพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร
พิพิธภัณฑ์เทดดี้แบร์ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ
ส่วนแรกจะเป็นส่วนห้องแกลลอรี่
The History
ห้องแรกเป็นการแสดงประวัติศาสตร์ของเทดดี้เมื่อ100 ปีก่อน-ปัจจุบัน,
The Art
ห้องที่สองเป็น ห้องแสดงศิลปะเทดดี้แบร์ มีการจัดแสดงตุ๊กตาที่ออกแบบ
โดยดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก และยังมีตุ๊กตาหมีที่ตัวเล็กที่สุดในโลก
มีความสูงแค่ 4.5 มม. เท่านั้น
ห้องที่ 3 เป็น Exhibition Hall แสดงนิทรรศการของเทดดี้แบร์
และเทดดี้แบร์ที่เป็น Limited Edition Steiff
ห้องที่ 4 เป็น Bear's Wedding จะเป็นส่วนแสดง Motion Display
ส่วนที่ 2 เป็นช็อปจำหน่ายหมีน้อย ที่ทำเป็นของขวัญของชำร่วย
TBM Shop, Cafebar, Garden
และจะเป็นภัตตาคาร ที่ใครมาแล้วจะต้องไปนั่งทานอะไรกัน เพื่อชมวิว
ของสวนที่อยู่ด้านนอก และไกลออกไปก็จะเป็นหาดชุงมุน
เทดดี้แบร์ จะเป็นตุ๊กตาที่มักเลียนแบบคนหรือเหตุการณ์จากภาพวาด หรือภาพยนตร์หลาย
เรื่อง เช่นเป็นเอลวิส แบกกีตาร์หูกางเชียว, โมนาลิซ่า,หรือ ภาพวาดของ Leonardo Da Vinci’s
“The Last Supper”, หมีน้อยแจ๊คกับโรส ในเรื่องไททานิคก็มี
ส่วนเทดดี้แบร์ ในลุคของละครเกาหลีก็มีที่คุ้นตากันดี เห็นจะเป็นจาก
เรื่อง เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา, เทดดี้แบร์แบยงจุน จากเรื่องตำนาน
จอมกษัตริย์เทพสวรรค์
เราจะไม่ได้แตะต้องเจ้าตุ๊กตาหมีน้อยเหล่านี้หรอกนะคะ เพราะมันอยู่ในตู้กระจก
แต่หมีน้อยบางตู้ก็สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วย เช่น หมีน้อยนักดนตรีก็จะมี่ลีลา
การสีไวโอลิน หมีน้อยคู่หนุ่มสาวก็สามารถเต้นรำได้ด้วย
หมีน้อยแบรนด์เนมก็มีค่ะ เพราะเธอจะใส่ชุดสวย เหริ่ด เชิด หยิ่ง ยี่ห้อLouis Vuitton
พร้อมกระเป๋าหลุยส์ที่วางอยู่ข้างๆ
และในปีนี้ เค้าจะเปิดให้บริการใหม่อีก 1 ส่วน เป็นส่วนภัตตาคารเรียกว่า
Kidsteria restaurant
ค่าเข้าชมคนละ 7,000 วอนสำหรับผู้ใหญ่ (ถ้าเป็นที่นัมซาน N Seoul Tower รู้สึกตอนนี้
จะราวๆ 8,000 วอน) เปิดตั้งแต่ 09:00 ~ 20:00 แต่เค้าจะจำหน่ายตั๋วเข้าชม
จนถึง 1 ทุ่มเท่านั้น
แต่น่าเสียดายว่า คำอธิบายถึงหมีแต่ละตู้ไม่มีภาคภาษาอังกฤษ มีแต่
เกาหลี กับญี่ปุ่น
พิพิธภัณฑ์เทดดี้แบร์ ไม่ใช่มีแต่ที่เกาะเชจูแห่งเดียว ในโซลก็มี
อยู่ที่ N Seoul Tower เรียกว่า Namsan Teddy Bear และอีกแห่งอยู่ที่
พาจู เรียกว่า Paju Heiri Teddy Bear Art Gallery
ป้ายหน้าทางเข้าบริเวณลานจอดรถ
ส่วนที่เป็นแกลอรี่ประวัติศาสตร์
ห้อง The Art เทดดี้แบร์ โมนาลิซ่า
เทดดี้แบร์ หลุยส์ วิตตองส์
จากภาพวาดชุด The last supper
เทดดี้แบร์ ตัวเล็กที่สุดในโลก 4.5 มม. มองเห็นหรือป่าวค่ะ นี่เค้าอุตส่าห์
เอากระจกมาวางขยายให้ดูแล้ว
เทดดี้แบร์ออเดรย์ แฮบเบริน์ จากเรื่อง My Fair Lady
เทดดี้แบร์เจ้าฟ้าชายชารล์ส และ เจ้าหญิงไดอาน่า เมื่อครั้งทรงอภิเษกสมรส

เทดดี้แบร์มาริรีน มอนโรว์ กับ เทดดี้แบร์เอลวิสหูกาง
เทดดี้แบร์แจ๊ค-โรส ไททานิค กับเทดดี้แบร์ ซุปเปอร์แมน
ตัวที่น่าขโมยที่สุดคือเจ้าตัวนี้ เพราะตามันฝังเพชรจึงเรียกว่า Diamond Eye Teddy Bear
ตาของมันทำจากเพชรSwarovski 125 กะรัต และยังมีสร้อยคอเป็นจี้เพชรอีก คิดเป็น
มูลค่า 10,960,000 วอน
ส่วนเจ้าช้างที่อยู่ข้างๆ อย่าเห็นว่าเล็กๆ อย่างนี้แล้วไม่มีน้ำยา ตัวนี้มีเพชรประดับถึง
67 กะรัตเชียวจะบอกให้
รุ่นนี้เป็นรุ่นลิมิเตด อิดิชั่น มีเพียง 125 ตัวทั่วโลก

เทดดี้แบร์ จากเรื่อง เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา

ตัวนี้เท็ดดี้แบยงจุน คาแรคเตอร์จากละครเรื่อง "ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์"

ตรงนี้เค้าขายของ

ส่วนของภัตตาคาร
ส่วนที่เป็นสวน จัดแสดงอยู่ลานด้านนอก
นอกจากเราจะซื้อตุ๊กตาหมีน้อยแบบเป็นตัวๆ แล้ว เค้ายังขายชิ้นส่วน
ของเทดดี้แบร์ เพื่อให้เราไปประกอบเองด้วยค่ะ เนี่ยะค่า ถุงบรรจุ เศษชิ้นส่วน
เวลาเข้าไปตามบล็อคต่างๆ จะเห็นรูปที่เค้านำมาจากพิพิธภัณฑ์ที่นัมซาน
แล้วบอกว่าเป็นเทดดี้แบร์ที่เชจู ต้องดูดีๆค่ะ เพราะหมีแต่ละที่จะไม่เหมือนกัน
ยังมีสถานที่เที่ยวบนเกาะเชจูอีกแห่ง เรียกว่า 테지움사파리 (TESEUM SAFARI)
ทัวร์บางแห่งอาจมีการโมเมพาไปที่นี่แทนที่จะเป็นพิพิธภัณฑ์ เทดดี้แบร์
เรื่องราวของ TESEUM SAFARI จะเล่าไว้ในหนังสือคะ แล้วในหนังสือ
ก็จะมีภาพหมีมากกว่าที่เห็นด้วยคะ งานนี้มีกั๊ก



