คราวนี้วกกลับมาที่อินชอนอีกครั้ง ครั้งที่แล้วเราไปที่วอลมิโด วันนี้เราจะไปกันที่
ย่านไชน่าทาวน์ ซึ่งที่นี่เป็นชุมชนคนจีนที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี เรียกว่า "อินชอน ไชน่าทาวน์ "
ไชน่าทาวน์ หาง่ายมาก เพราะเดินจากสถานีรถไฟใต้ดินไปไม่กี่นาที ประมาณ
100 ก้าว (เดาเอา) พอไปถึงไม่ต้องบอกก็รู้ซุ้มประตูมังกรแดงมาแต่ไกล
ซุ้มประตูปกติจะเป็นสีเทา แต่ก็จะมีการตกแต่งเปลี่ยนแปลงไปตามเทศกาล
ที่อยู่อาศัยในแถบนี้ก็มักจะมีสถาปัตยกรรมจีนปนเกาหลี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามี
ชาวจีนมาตั้งรกรากในเกาหลีนานแล้ว ตั้งแต่ปี 1884 นับนิ้วออกมาก็ 126 ปี
เดินไปเดินมา นึกว่าอยู่เยาวราช ป้ายเป้ยตามร้านค้าเป็นภาษาจีนปนเกาหลีให้
ลึ่ม แต่เดินเหนื่อยเหมือนกันฮิ เพราะเป็นเหมือนทางเดินขึ้นเขา
และที่สะดุดตา ก็คือมีภัตตาคารจีนที่ทุกร้านพร้อมใจกันขายจาจังมยอน ใช่แล้ว
ที่นี่คือจุดกำเนิดของหมี่ดำ หรือ "จาจังมยอน"
จุดกำเนิดของจาจังมยอน มาจากคนจีนที่อพยพไปตั้งรกรากในเกาหลี จาจังมยอน
เป็นอาหารจานด่วนที่ทำง่ายและมีราคาถูก เป็นอาหารสำหรับกรรมกรท่าเรือ
ในสมัยนั้นที่เป็นพวกเบี้ยน้อยหอยน้อย และต้องการความรวดเร็ว
จาจังมยอน เป็นอาหารจีนที่มาจากมณฑลซานตง ในภาษาจีนเรียกว่า
จ๊ะเจี้ยนเมี่ยน (炸醬麵) แล้วก็คงพูดเพี้ยนๆ กลายเป็นสำเนียงเกาหลีต่อๆ มาเป็น
จาจังมยอนซะเลย เค้าบอกว่าจริงๆ แล้ว จ๊ะเจี้ยนเมี่ยนของจีนกับจาจังมยอนของ
เกาหลีมีสูตรที่แตกต่างกัน
จาจังมยอนของเกาหลีจะราดด้วยชุนจังสีดำและใส่หัวหอม แต่จ๊ะเจี้ยนเมี่ยนของ
จีนจะไม่ใช่แบบนี้ แต่ปัจจุบันคนจีนนิยมจาจังมยอนของเกาหลีมากกว่า
เคยไปกินจ๊ะเจี้ยนเมี่ยนที่ปักกิ่ง เค้าจะแยกเส้น กับน้ำดำๆ เหนียวๆ มาอีกจาน
มาให้เราราดเอง ไม่ได้ราดหน้าบนเส้นมาเหมือนจาจังมยอน
ในปี 1905 จาจังมยอน ถูกนำมาขายเป็นเรื่องเป็นราวในภัตตาคารจีนแห่งแรก
ชื่อว่า "กงเหอชุน" หรือ "กงฮว๋อชุน" ในภาษาเกาหลีจะออกเสียงว่าคงฮวาชุน
โดยต้นตำรับของจาจังมยอน ก็ใส่เพียงแค่เส้นก๋วยเตี๋ยว, ผัก แล้วก็เนื้อสัตว์
ราดด้วยซีอิ๊วดำ
ร้านกงเหอชุน หรือคงฮวาชุน ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่
ลำดับที่ 246 ของเกาหลีอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันร้านกงเหอชุนร้านแรกก็ไม่มีแล้ว
เห็นมีร้านเอาชื่อกงเหอชุนไปใช้ไม่รู้ว่าจะใช่เจ้าของเดียวกันหรือป่าว
ในปี2010 จาจังมยอน จึงเป็นอาหารที่ให้บริการมาครบ 105 ปีพอดี จาจังมยอน
ยังถือเป็นสัญลักษณ์1 ใน 100 อาหารประจำชาติเกาหลีอีกด้วยนะคะ
นอกจากภัตตาคารจีนแต่ละร้านจะขายจาจังมยอนแล้ว ก็จะขายอาหารจีนอื่นๆ
ด้วย เช่น พวกหยำฉ่าทั้งหลายแหล่ ขนมจีบ, ซาลาเปา และแต่ละร้านก็จะมี
ป้ายอวดว่าร้านชั้นเคยมีโทรทัศน์ช่องต่างๆ มาถ่ายด้วยนะ เหมือนคุณชายถนัด
ศรีการันตีเชลล์ชวนชิม
ราวเดือนตุลาคมของทุกปี อินชอน ไชน่าทาวน์ ก็จะมีการจัดเทศกาลจาจังมยอน
ด้วย แต่ที่คึกคักที่สุดเห็นจะเป็นช่วงตรุษจีน
ละครเรื่อง รักวุ่นวายของเจ้าชายส้มหล่น หรือ Goong S เวอร์ชั่นเซเว่นเล่นก็มา
ถ่ายทำกันที่นี่ด้วยล่ะ
ชื่อไชน่าทาวน์ ก็บอกอยู่แล้ว ของที่ขายก็จะมาจากเมืองจีน โดยเฉพาะพวก
เครื่องลายครามจีน, เหล้าจีน, ยาจีน, ขนมเปี๊ยะ, เสื้อผ้า
เราจะไปป้ายทางขวาที่เค้าบอกว่าchina town

china town ไปทางซ้ายอีก 200 เมตรก็ถึงล่ะ
ทางเข้าไชน่าทาวน์ ซุ้มประตูที่มีการตกแต่ง
บรรยากาศรอบๆ ไชน่าทาวน์
นี่แหละร้านต้นกำเนิดของจาจังมยอน
ป้ายชื่อร้านกงเหอชุน ยังอยู่

กงเหอชุนในอดีต เป็นสถานที่ที่คนจีนนิยมมาชุมนุมสังสรรค์
ร้านกงเหอชุนในปัจจุบัน ซึ่งมีลูกค้าเต็มร้านทุกวัน และเป็นร้านที่หาง่ายมาก
เดินตรงอย่างเดียว ร้านจะอยู่ตรงที่ลาดพอดี
นี่แหละจาจังมยอนของร้านกงเหอชุนปัจจุบัน ชามมียี่ห้อร้านด้วย เวลาไปสั่งอาหารก็ไม่ต้องห่วง
เพราะเมนูของเค้าจะมีภาษาอังกฤษกำกับด้วย
นอกจากจาจังมยอนจะเป็นอาหารที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของไชน่าทาวน์แล้ว ซาลาเปา
ขนมเปี๊ยะก็เป็นขนมที่นักท่องเที่ยวต้องแวะเวียนมาซื้อหากันให้ได้ ซึ่งร้านที่ดังก็
คือร้านนี้
กระบะด้านขวาสุดเป็นไส้มันเทศ อะหย่อยมาก เพราะกินได้อยู่ไส้เดียว ถ้าเป็น
วันหยุด จะมีนักท่องเที่ยวเข้าคิวซื้อกันเลย ที่ขายดีเห็นเจ้าของร้านบอกว่าเป็น
ไส้เนื้อ หรือไส้หมูสับ ขายชิ้นละ 1,500 วอน
ขั้นแรกเค้าก็จะปั้นซาลาเปาเป็นกลมๆ แล้วก็ยัดไส้ จากนั้นก็เอาลงไปจะเรียกว่า
เผา หรืออบ ดีล่ะ ซึ่งมีถ่านร้อนๆ รอไว้แล้วในโอ่ง พอสุกก็คีบขึ้นมา
คิมจุน พาเที่ยวอินชอน เล่าถึงอินชอนไชน่าทาวน์ด้วย
ไหนๆ ก็พูดถึงจาจังมยอนแล้ว เรามาดูวิธีการทำจาจังมยอนกันสักหน่อย
เส้นบะหมี่นั้นทำจากแป้งสาลี และถ้าให้อร่อยจะต้องนวดแป้งด้วยมือเท่านั้น
โดยไม่ใช้เครื่องจักร
ส่วนน้ำซอสที่เห็นดำๆ ก็ทำจากถั่วดำ ที่เรียกว่าชุนจัง 춘장 และที่มันเหนียวๆ
เค้าก็เอาถั่วเหลืองมาผสมกับคาราเมล จากนั้นก็จะใส่ผัก หรือ เนื้อสัตว์ลงไป
และหัวหอมที่หั่นเป็นลูกเต๋า แล้วเอาส่วนผสมทั้งหมดไปผัด
โดยปกติจะมีการเพิ่มน้ำสต๊อกเพื่อลดความเค็มลงไปด้วย หรืออาจจะใส่แป้งข้าวโพด
เพื่อเพิ่มความข้นเหนียวก็ได้
จากนั้นก็จะเอาน้ำซอสที่ผัดแล้วและยังร้อนๆ ราดลงบนบะหมี่ พร้อมเซิรฟ์
แต่บางร้าน ก็อาจจะมีการฝานแตงกวาบางๆ หรือหั่นเป็นเส้นยาวโปะลงบน
จานด้วยก็มี
จาจังมยอนมักจะทานกับเครื่องเคียงที่เรียกว่า ดันมูจี 단무지 ที่ประกอบด้วย
หัวหอม, หัวไช้เท้าดองและน้ำส้มสายชู แล้วก็ซอสจาจังถ้วยเล็กๆ
คุณสามารถกินจาจังมยอน หรือมาม่าบ้านเราได้นานแค่ไหน กี่มื้อ? กี่วัน?
กี่อาทิตย์? เป็นปีถึงมั้ยค่ะ
แต่ที่เกาหลีมีคุณปู่อยู่คนหนึ่งชื่อว่า คิมแจฮยอน สามารถกินจาจังมยอน เป็น
อาหารอย่างเดียวทุกวี่ทุกวันติดต่อกันเป็นเวลาตั้ง 5 ปีแน่ะ ตั้งแต่ปี 1970-1975
ถ้าคิดเป็นจำนวนมื้อ วันละ 3 มื้อ 5 ปีก็ตก 5,475 มื้อ โห...
นึกถึงอาหารเกาหลีขึ้นมาได้อีกอย่างหนึ่ง เรียกว่า จับแช ไม่ใช่มาจับแชร์แม่ชม้อย
ฉันเรียกง่ายๆ ว่าก๋วยเตี๋ยวผัด ไว้คุยวันหลังคะ
อาทิตย์หน้าอยากไปไหนคะ จะไปเล่นสกี หรือจะไปดูเทดดี้แบร์ ที่เชจู



