เกาหลีอีกมุม....ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว,
ประเพณีวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่, อาหาร, และสารพัดสารเพ


ชื่อต่างๆ ที่เป็นภาษาเกาหลี
พยายามเขียนออกเสียงให้ใกล้เคียงมากที่สุด


การเทียบค่าเงินวอนกับเงินบาท เป็นการประมาณค่าที่ 1,000 วอน = 35 บาท

จะไม่เน้นว่าสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งเดินทางไปยังไง เช่น ขึ้นรถไฟ สายไหน ลงที่ไหน

ให้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

31 มกราคม 2553

ตอนที่ 5 ดงแรพาจอน อร่อยนี้ที่พูซาน

อาทิตย์นี้มีเวลาน้อย พาไปเที่ยวไกลๆ ไม่สะดวก พาไปกินล่ะกัน แต่ก็ไปกิน
กันไกลถึงพูซานโน่นแน่ะ

พูซานมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าเที่ยว ที่รู้จักกันดีแล้วคือหาดแฮอุนแด
แล้วก็สถานที่จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติพูซาน หรือตลาดค้าส่งปลา
ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ขอติดไว้ก่อน เพราะต้องใช้เวลานึกนาน

อาหารท้องถิ่นของพูซานก็น่าสนใจเช่นกัน อาหารที่ขึ้นชื่อก็คือ ดงแร พาจอน
(동래파전) หรือเรียกว่า แพนเค้กพูซาน จริงๆ มันเป็นอาหารไม่ใช่ขนม ไม่น่า
จะเรียกแพนเค้ก แต่เพื่อนฉันบอกว่าพาจอน มันหมายถึงแพนเค้ก เพราะฉะนั้น
เวลาที่มีคำว่า พาจอน ก็จะเรียกว่า แพนเค้กประจำ ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ขนมสักหน่อย
แต่พอดีวิธีการทำมันคงคล้ายกับแพนเค้กมั้ง อยู่ในกระทะกลมๆ ส่วนผสมก็มี
แป้ง, ไข่,หอมใหญ่ และอาหารทะเล เช่นหอย หรือปู อ้อ...ฉันนึกออกแล้ว
มันคล้ายๆ กับออส่วน

ดงแรพาจอน สามารถหาทานได้ตามร้านอาหารทั่วเกาหลี แต่ว่าดงแรพาจอนที่
พูซานมีสูตรเฉพาะที่ไม่เหมือนที่อื่น

동래파전 ดงแรพาจอน ใครจะแปลเป็นไทยอย่างไรฉันไม่รู้ แต่ฉันจะเรียกอาหาร
ชนิดนี้ว่า ออส่วน(พูซาน)

ดงแรพาจอน คนเกาหลีที่พูซานนิยมทานกันมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว ตั้งแต่สมัย
ราชวงศ์โชซอน ร้านดงแรพาจอนที่ดังที่สุดในพูซาน ก็คือร้านนี้ค่ะ Halmae Pajeon
동래할매파전ตั้งอยู่ที่บกชอน-ดง, ดงแร-คู, พูซาน

ร้านดงแร ฮัลแม พาจอน เป็นร้านอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมของพูซาน เปิดมากว่า
80 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 1930 ทำต่อๆ กันมาถึง 4 รุ่น ประมาณว่าตั้งแต่รุ่นย่าสะใภ้
โน่นแน่ะคะ

มหานครพูซาน ได้แต่งตั้งให้ร้านนี้เป็นร้านอาหารดั้งเดิมของพูซานเป็นแห่งแรก
เพราะร้านนี้ยังคงศิลปะการทำอาหารแบบดั้งเดิมของพูซานเอาไว้ ไม่เว้นแม้
กระทั่งวัตถุดิบก็เป็นของในพูซาน

เค้าบอกว่า อาหารทั้งหมดยังคงเป็นรสชาดดั้งเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ไม่ว่าจะผ่านมากี่รุ่น

เจ้าของปัจจุบันคือคุณป้าคิมจองฮี เธอบอกว่า การที่เธอสืบต่อร้านอาหารมา
จนถึงรุ่นที่4 ซึ่งเป็นรุ่นของเธอ ไม่ใช่ทำเพื่อหวังรายได้เท่านั้น แต่เธอต้อง
การที่จะทำให้อาหารพื้นเมืองพูซาน คงรสชาดดั้งเดิมเหมือนเมื่อ 80 ปีก่อน

ร้าน Dongnae Halmae Pajeon เปิดตั้งแต่เที่ยงวันจนถึง 4 ทุ่ม
ทั้งร้านมีที่นั่งเพียง 150 ที่เท่านั้น ร้านจะปิดทุกวันจันทร์ที่2 และ4

ทางเดินที่จะไปถึงร้านก็น่าเดินมาก ถ้าไปในช่วงเย็นๆ ค่ำๆ จะสวยงามดี
ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ แต่บรรยากาศดีมาก โต๊ะนั่งทานของร้านก็จะแบ่งออกเป็น
2 ส่วนคือ นั่งบนเก้าอี้ และนั่งกับพื้น พอเปิดประตูร้านเข้าไปก็จะเจอกับโอเปอร์
เรเตอร์ เค้าก็จะถามเราว่าจองไว้หรือป่าว เนื่องจากที่นี่มีที่นั่งไม่มากนัก จึงจำเป็น
ต้องจองล่วงหน้า

คนที่ไม่ได้จองล่วงหน้า ถ้าหากคนเต็มร้านก็ต้องรออยู่ด้านนอก

บรรยากาศรอบๆ ร้าน ก็จะมีภาพถ่ายของเจ้าของร้านรุ่นเก่าสุดๆ แปะเอาไว้
เป็นภาพที่กำลังทำอาหาร ส่วนเจ้าของร้านรุ่นต่อมาก็จะถ่ายกับคนดัง
ที่เคยมาทานอาหารที่ร้าน

ลูกค้ากว่า 80% เป็นชาวญี่ปุ่นที่มุ่งตรงมาทานอาหารร้านนี้โดยเฉพาะ
ถ้านั่งทานแล้วได้ยินเสียงอะโนะ อะเนะ ก็ไม่ต้องตกใจนึกว่าอยู่ในญี่ปุ่น

อาหารขึ้นชื่อของร้านก็หนีไม่พ้น ดงแรพาจอน ใครมาแล้วไม่ได้สั่ง
ก็ไม่รู้จะมาทำไม

ส่วนประกอบที่สำคัญของดงแรพาจอน ก็คือ หอมใหญ่ ซึ่งเค้าจะใช้
เฉพาะส่วนกลางหรือไจเท่านั้น เพราะเป็นส่วนที่อ่อนและรสชาดดี
แล้วก็มีต้นหอม,ไข่, แป้ง, อาหารทะเล หนักไปทางหอย แล้วเอาลง
ไปทอดในกระทะกลมๆ ใหญ่ๆ นึกภาพไปเลยเหมือนเค้าทำหอยทอดนั่นแหละ

ซึ่งก็จะเปิดหน้าครัวส่วนนี้ไว้ทำให้ลูกค้าเห็นด้วย

นอกจากดงแรพาจอน จะเป็นอาหารขึ้นชื่อแล้ว ก่อนที่จะสั่งอะไรมาทาน
ก็ต้องสั่งเครื่องดื่มอย่างหนึ่งมาดื่มก่อนแทนน้ำเปล่า เค้าเรียกว่าอะไรไม่รู้
จำไม่ได้แล้ว เป็นแบบคล้ายๆ น้ำข้าวแต่ออกรสเปรี้ยว เหมือนจะใส่เหล้า
อะไรลงไป พอทานทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จ ก็ต้องตบท้ายด้วยของหวาน
เป็นน้ำฟักทอง

ดงแรพาจอนจานใหญ่ราคา 30,000 วอน และจานเล็ก 20,000 วอน

ถ้าคุณแวะไปพูซาน อย่าลืมไปทานอาหารร้านนี้ แล้วก็ต้องดูดีๆ ด้วยคะ
เพราะร้านที่ชื่อว่า ดงแรพาจอน มีอยู่ทั่วในพูซาน ย้ำว่าร้านนี้คะ
Dongnae Halmae Pajeon 동래할매파전 พริ้นท์ภาษาเกาหลีไปให้
แท๊กซี่ดูเลย

หน้าร้าน ตอนนี้ร้านยังไม่เปิด แต่พอใกล้ๆ ร้านเปิด จะมีคนนั่งรอหน้าร้าน
Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image
เมนูของร้าน มีราคาบอกไว้แน่นอน และยังมีภาษาญี่ปุ่นกำกับไว้ด้วย
นอกจากนั้นก็ยังมีการบอกวิธีการทำอาหารแต่ละชนิดไว้ด้วย
Hosted image

Hosted image
ดงแรพาจอน สูตรพูซาน
Hosted image

Hosted image

ไอ้นี่ก็อร่อยค่ะ เป็นเต้าหู้ทั้งก้อนราดด้วยซอสงาดำ
Hosted image
ถ้าจะสั่งกลับบ้านก็จะใส่กล่องให้แบบพิซซ่าเลยค่ะ
Hosted image

Hosted image

24 มกราคม 2553

ตอนที่ 4 คังวอน "รักนี้ชั่วนิรันดร์"

อาทิตย์นี้เราจะทัวร์ตามรอยละครที่จังหวัดคังวอน และละครที่เราจะตามรอยก็คือ
ละครของพี่ชาย (แต่เป็นน้องชายฉัน)  Autumn in My Heart "รักนี้ชั่วนิรันดร์"
ดังนั้นเวลาพาไปเที่ยวช่วยนึกถึงฉากในละครด้วยก็ดี

จากโซลจะไปจังหวัดคังวอน ไปได้ทั้งรถบัส, รถไฟด่วน, เครื่องบิน ฉันนั่ง
รถบัสไปก็ 3 ชั่วโมงกว่าๆ

จังหวัดคังวอน ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องนี้อยู่หลายแห่ง เช่น Abai village
, Phoenix Park , ฮวาจินโพ และยังมีอีกหลายแห่ง จะค่อยๆ นึกไปเรื่อยๆ

ไปกันที่แรกก่อน 아바이마을 Abai village หมู่บ้านอาบาอิ เป็นที่อยู่ของ
แม่นางเอก ที่เป็นร้านขายของ

หมู่บ้านอาบาอิ ตั้งอยู่ในชองโฮดง, ซกโช, จังหวัดคังวอน คำว่าอาบาอิ 아바이
เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึง ผู้สูงอายุ ในช่วงสงครามเกาหลี มีเฉพาะคนแก่
เท่านั้นที่หนีภัยสงครามจากเกาหลีเหนือมาตั้งรกรากที่ชองโฮดง ความที่หมู่บ้าน
นี้มีคนแก่เยอะ ก็เลยได้รับฉายาว่า "หมู่บ้านคนแก่"

บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ในชองโฮดง ยังคงความเก่าแก่เหมือนในยุค 1970 แล้วก็เงียบ
สงบมาก แต่หลังจากที่ละครเรื่อง "รักนี้ชั่วนิรันดร์" ได้เข้ามาถ่ายทำก็ทำให้
หมู่บ้านคึกคักและครึกครื้นซะจริงๆ

โดยเฉพาะบ้านของแม่นางเอก (อึนซอ) ที่เปิดเป็นร้านขายของ ใครๆ ก็พากัน
มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันทั้งนั้น อ้อ ลืมบอกไป พอเราเดินทางเข้ามาถึงหมู่บ้าน
ก็จะเห็นรูปของซงซึงฮอน กับ ซงเฮคโย ติดเต็มไปหมดเลย

บ้านแม่นางเอก เป็นบ้านแคบๆ เล็กๆ ชั้นเดียว ตั้งอยู่ตรงหัวมุมพอดี ใครไม่มา
ถ่ายรูป แสดงว่ามาไม่จริง เพราะฉะนั้นต้องชักรูปเก็บไว้

แต่ว่าบรรยากาศรอบๆ บ้าน มีการเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนอย่างในละครแล้ว

นอกจากหน้าร้านจะมีรูปของซงซึงฮอน และ ซงเฮคโยแล้ว ภายในร้านก็ยังมี
โปสเตอร์ละครเรื่องนี้ติดไว้ที่ข้างฝาอีกหลายแผ่น แต่มันก็จะเลอะเทอะไป
ด้วยลายเซ็นต์ของผู้มาเยือน

ใกล้ถึงแล้วชองโฮดง เราจะเลี้ยวซ้าย ที่ป้ายก็จะมีทางตรงไปหาดซกโช กับ
เลี้ยวขวาไปยางยาง เดี๋ยวเราจะไปกันทั้ง 2 ที่เลยค่ะ แต่ตอนนี้เลี้ยวซ้ายก่อน
Hosted image
ป้ายบอกทางเข้าหมู่บ้านอาบาอิ ตรงไปอีก 1 กม. ข้ามสะพานโค้งไปก็ถึงแล้ว
Hosted image
เห็นแล้วหน้านางเอก ซงเฮคโย
Hosted image
ป้ายบอกจุดสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้านอาบาอิ
Hosted image

Hosted image
นี่แหละบ้านแม่นางเอก
Hosted image
ฉากจากในหนังจำได้มั้ย
Hosted image
ป้ายบอกทางไปขึ้นเรือกัทแบ
Hosted image


ถัดจากบ้านแม่นางเอก ก็จะเป็นท่าเรือข้ามฟาก ที่พระเอกลงเรือไป แต่นางเอก
นั่งเรือกลับ สวนกันไปสวนมา ไม่เจอกันซะก๊ะที

เรือข้ามฝากที่นี่เรียกว่า "แกทแบ" ซึ่งต้องใช้แรงคนในการลากจูงเรือ มีคุณลุง
คนหนึ่ง คอยจูงเรือไปมา ซึ่งเค้าบอกว่าเป็นเรือที่ใช้ข้ามฟากมานานกว่า 50 ปี
บรรทุกคนได้ครั้งละ 35 คน มีระยะทางแค่ 50 เมตรเอง ค่าโดยสารครั้งละ
200 วอน (ประมาณ 8 บาท)

ถ้าเทียบกับเรือข้ามฟากบ้านเรา ราคานี้จัดว่าแพงอยู่ บ้านเราไปไกลตั้งหลาย
ร้อยเมตร แค่ 3 บาทเอง

แต่ถ้าอยากได้อารมณ์แบบในละครก็ต้องยอมเสียเงินล่ะงานนี้ และถ้ามีผู้โดยสาร
ไม่มาก คุณลุงก็อาจจะให้ผู้โดยสารที่อยู่บนเรือ ช่วยลากจูงเรืออีกด้วย

Hosted image
อยากจะขึ้นเรือ ก็ต้องผ่านด่านคุณลุงคนนี้ไปก่อน จ่าย 200 วอนซะดีๆ
Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

หมู่บ้านอาบาอิ แต่ละบ้านก็จะมีปลาหมึกตากแห้งไว้หน้าบ้าน แล้วก็จะมีน้องหมา
คอยเฝ้า

ที่นี่จะมีร้านอาหารเล็กๆ อยู่ รู้สึกว่าจะ 2 ร้าน ร้านหนึ่งชื่ออาบาอิ ชิกดัง อีกร้าน
รู้สึกจะชื่อ ดันชอนอะไรนี่แหละ มีคนดังมาทานตั้งหลายคน ทั้งนักการเมือง,
นักกีฬา, ดารา พวกโทรทัศน์ก็มาถ่ายออกรายการเกือบทุกช่อง

ตามฝาบ้านก็จะมีลายเซ็นต์ของผู้มาเยือนเต็มไปหมดอีกเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่
เพดาน มันยังอุตส่าห์ปีนขึ้นไปเขียน เรียกว่า มีที่ว่างตรงไหนของร้านก็อย่าให้เหลือ

อาหารขึ้นชื่อก็คือ อาบาอิซุนแด (아바이순대) หรือไส้กรอกสูตรอาบาอินั่นเอง
คล้ายไส้อั่วบ้านเรา

ร้านนี้มีอยู่ไม่กี่โต๊ะ ถ้าในร้านนั่งกันเต็ม ก็จะมีโต๊ะเสริมหน้าร้านอีก 2-3 โต๊ะ
Hosted image

Hosted image
ลายเซ็นต์เต็มพรึด
Hosted image
Hosted image
อาบาอิ ซุนแด จิ้มกับซอสพริก
Hosted image
บรรยากาศในหมู่บ้านอาบาอิ เงี๊ยบ เงียบ ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านชั้นเดียว
ยังคุยว่าถ้าน้ำท่วม เค้าจะทำงัยว่ะ ไม่มีชั้น2 ให้ปีน เค้าบอกว่าน้ำไม่เคยท่วม
Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image


เราต้องออกจากหมู่บ้านอาบาอิแล้ว ก็ย่ำต๊อกมาที่โกซอง ไปที่ "หาดฮวาจินโพ"
화진포 เป็นโลเกชั่นของฉากไหนเนี่ยะ อ๋อ... ก็ฉากที่จุนซอแบกอึนซอไว้
บนหลังไงล่ะ ตอนนางเอกใกล้ตายนี่เอง

หาดฮวาจินโพ จะมีต้นสนเรียงรายตลอดทั้งหาด นอกจากที่นี่จะเป็นสถานที่
ถ่ายทำละครแล้ว ความมีชื่อเสียงของฮวาจินโพอีกอย่างหนึ่งก็คือ เป็นบ้านพัก
ตากอากาศของอดีตประธานาธิบดีเกาหลีอีซึงมัน และยังเคยเป็นสถานที่พำนัก
ของอดีตผู้นำเกาหลีเหนือคิมอิลซองด้วย พ่อของคิมจองอิลนั่นเอง ตอนคิมจอง
อิลเด็กๆ เค้าก็เคยอยู่ที่นี่ด้วย

บ้านพักทั้ง 2 แห่ง ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้วย ภายในบ้านก็จะเป็นบรร
ยากาศเมื่อครั้งที่ 2 ผู้นำพำนักอยู่ มีข้าวของเครื่องใช้และรูปถ่ายในอดีตติด
อยู่ด้วย

คิมอิลซองและครอบครัวมาอยู่ที่บ้านนี้เมื่อปี 1948 อยู่ในช่วงสงครามเกาหลี
กำลังครุกรุ่น บ้านนี้เป็นตึก 2 ชั้น แต่ว่าบ้านเสียหายระหว่างสงคราม และได้
รับการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อเดือนมีนาคม 2005

มาเที่ยวที่ฮวาจินโพ ได้เที่ยวถึง 3 แห่งเลย

ป้ายบอกทางไปฮวาจินโพ เห็นอยู่ลิบๆ เลี้ยวขวาเลย ตรงเข้าไปอีกกิโลกว่า
Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image
ป้ายทางขวาไปบ้านพักของคิมอิลซอง
Hosted image

ป้ายบรรยายที่มาที่ไปของคิมอิลซอง
Hosted image

Hosted image
คิมจองอิล ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบันในวัยเด็ก
Hosted image

Hosted image

Hosted image
หน้าบ้านพักตากอากาศของอดีตประธานาธิบดีอีซึงมัน
Hosted image
Hosted image

มารำลึกถึงฉากนี้กันอีกครั้งที่หาดฮวาจินโพ






เช็ดน้ำตากันเรียบร้อยหรือยัง เดินทางกันต่อไปค่ะ ออกจากโกซอง มากันที่พยองชาง
โลเกชั่นฉากไหนกันอีกล่ะ ที่นี่ "Phoenix Park" เป็นโรงแรมที่อึนซอทำงาน เจ้าของ
ก็คือแทซก (วอนบิน)

"Phoenix Park" เป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 700 เมตร
ด้านหลังของรีสอร์ทจะเป็นภูเขาแทกีซาน ส่วนของโรงแรมมีอยู่ 140 ห้อง
และส่วนคอนโดอีกประมาณ 750 ห้อง มีสนามกอลฟ์ 18 หลุม ออกแบบโดย
แจ๊ค นิคลอส และมีที่สำหรับเล่นสกีด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในสกีรีสอร์ท 13 แห่งที่มี
ชื่อเสียงของเกาหลี

บรรยากาศรอบๆ โรงแรม แสนจะโรแมนติค แถมด้วยอีโรติค

ทางเข้าโรงแรมก็ปักป้ายรูปซงเฮคโยเป็นจุดขาย
Hosted image

Hosted image
ที่จอดรถสะดวกสบาย ถ้าไม่ใช่หน้าสกี รถจะค่อนข้างน้อย
Hosted image

Hosted image

และที่สุดท้ายไปที่ยางยาง เป็นฉากสตูดิโอวาดรูปของจุนซอ พระเอกนางเอก
ก็มาพลอดรักกันที่นี่

ที่นี่เป็นโรงเรียนประถมซังอุนที่ปิดกิจการไปแล้ว แต่ว่ามีช่างปั้นชื่อว่าจองแจนัม
ซึ่งเป็นสามีของนักเขียนชื่อดังชาวเกาหลี คิมฮาอิน ดัดแปลงมาเป็นสตูดิโอ
เซรามิค ชื่อว่า HandMade 도자기 체험(HandMade Pottery Experience)

คุณจองก็ได้พยายามคงบรรยากาศเก่าๆ ของละครเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน
ของจุนซอและอึนซอ ฉากที่คุ้นตากันดีคงจะเป็นฉากที่ทั้งคู่นั่งหันหลังพิงกันอยู่
ตรงหน้าต่าง

ป้ายบอกทาง ตรงเข้าไปอีก 200 เมตร
Hosted image
Hosted image
Hosted image
พวกของเซรามิคที่เห็นเรียงรายอยู่นี่ เค้าขายค่ะ สินค้าที่ขายดีเห็นจะเป็นแก้วน้ำ
เซรามิคแบบที่พระเอกนางเอกเคยใช้
Hosted image
Hosted image
Hosted image
ห้องนอนจุนซอ
Hosted image
ห้องนอนอึนซอ
Hosted image
Hosted image

วันนี้เราไปเที่ยวกันเหนื่อยมาก วิ่งรอกหลายที่ ทบทวนกันหน่อยนะคะ
วันนี้เราไปที่จังหวัดคังวอน เริ่มต้นจากหมู่บ้านอาบาอิ เมืองซกโซ,
หาดฮวาจินโพ เขตโกซอง, Phoenix Park เขตพยองชาง
และปิดท้ายกันที่สตูดิโอเซรามิค ในเขตยางยาง

มีละครหลายเรื่องที่มาถ่ายทำกันที่จังหวัดคังวอน เช่น เพลงรักใน
สายลมหนาว Winter Sonata, Scent Of Summer, แล้วก็อีกหลายเรื่อง
จะใช้สถานที่ในการถ่ายทำแตกต่างกันไป ละครย้อนยุคประวัติศาสตร์
ก็มีค่ะ เช่นเรื่องดาโม

และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่น่าสนใจ ไว้วันหลังเรามาเที่ยวกัน
ที่คังวอนอีกหลายๆ ครั้ง

อาทิตย์หน้าจะพาไปไหนยังนึกไม่ออก

เพื่อนร่วมทาง