เกาหลีอีกมุม....ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว,
ประเพณีวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่, อาหาร, และสารพัดสารเพ


ชื่อต่างๆ ที่เป็นภาษาเกาหลี
พยายามเขียนออกเสียงให้ใกล้เคียงมากที่สุด


การเทียบค่าเงินวอนกับเงินบาท เป็นการประมาณค่าที่ 1,000 วอน = 35 บาท

จะไม่เน้นว่าสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งเดินทางไปยังไง เช่น ขึ้นรถไฟ สายไหน ลงที่ไหน

ให้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

25 ธันวาคม 2554

ตอนที่ 18 เทศกาลตกปลาเทราท์ที่ฮวาชอน

ในช่วงฤดูหนาวๆ แบบนี้ คนเกาหลีนิยมไปเที่ยวที่ฮวาชอน อยู่ในจังหวัดคังวอน
เค้าไปทำอะไรกันรึค่ะ เค้าไปนั่งโก้งโค้งโก้งตุงส่องปลาเทราท์กันค่ะ



เทศกาลตกปลาเทราท์ที่ฮวาชอน เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ได้รับความนิยมอย่าง
มากของคนเกาหลี มีคนนับล้านคนไปเที่ยวเทศกาลนี้ที่จัดเป็นเวลาสามสัปดาห์
ไม่จำกัดเฉพาะคนเกาหลีเท่านั้น นักท่องเที่ยวที่เป็นฝรั่งก็ชอบไปกันค่ะ
เพราะในแต่ละปีCNN จะมาทำข่าวดังไปทั่วโลก ชื่องานนี้ค่ะ Hwacheon Sancheoneo Ice Festival




อ้อ! เสียค่าเข้าด้วยค่ะประมาณ 12,000 วอน เข้าใจว่าจะจำกัดนักท่องเที่ยว
อยู่ที่ 9,000 คนต่อวันมั้งค่ะ ดิฉันเดินทางจากพูซานไปฮวาชอนทางรถยนต์
ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ถ้าไปจากโซลไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้เวลาประมาณไหน อาจจะ2-3 ชั่วโมง

สมัยก่อนฮวาชอนเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่เข้าถึงยาก มีแต่ทหารอาศัยอยู่จนได้รับ
การขนานนามว่าเป็นเมืองของทหาร แต่ในปัจจุบันมีการยกระดับพัฒนา
จนมีเทศกาลปลาเทราท์ มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมและตกปลากว่า 1 ล้าน
คนในแต่ละปี ปลาเทราท์ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำเย็นจัดๆ

พื้นที่ที่นักท่องเที่ยวยืนอยู่ที่เห็นเป็นพื้นน้ำแข็งความจริงแล้วก็คือแม่น้ำบุคฮัน
ความที่อากาศหนาวจัดเลยทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง และใต้น้ำแข็งก็เป็นที่
แหวกว่ายของปลาเทราท์ที่เหล่านักท่องเที่ยวโก้งโค้งส่องรอจับพวกมันอยู่
พื้นน้ำแข็งจะหนาราวๆ 40 ซม.

เบ็ดตกปลาเทราท์หน้าตาแปลกประหลาด เกาหลีเรียกว่า นักซีแด



ถึงแม้ฮวาชอนจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีที่สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามถึง 9 แห่ง
ที่จำได้ก็จะมีทะเลสาบพาโร กับเขื่อนอีกแห่งหนึ่งที่จำชื่อไม่ได้ แต่ที่จำได้แม่น
ก็จะเป็นเทศกาลตกปลาเทราท์นี่แหละค่ะ เทศกาลนี้เพิ่งจัดขึ้นได้ไม่นานนัก ไม่น่าจะเกินสิบปี

อย่างที่บอกแล้วว่าที่นี่เป็นเมืองของทหาร พอถึงฤดูหนาวจะมีทหารมาตั้งแคมป์
เปิดเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งกันเลยทีเดียว เค้าบอกว่าไม่ใช่เล่นเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น
แต่ยังถือว่าเป็นการซ้อมรบย่อยๆ โดยใช้สเก็ตน้ำแข็งเป็นวัตถุประสงค์

แต่เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการตกปลาเทราท์ และ
การแข่งจับปลาเทราท์ด้วยมือเปล่า ที่นี่ปลาเทราท์เยอะมากเพราะน้ำใสสะอาด
เรียกได้ว่า ปลาเทราท์เป็นราชินีแห่งหุบเขากันเลย เพราะเป็นปลาที่มีลักษณะดี
และมีสีสันสวยงาม ปลาเทราท์จะมีลำตัวยาวประมาณ20-30 ซม.คล้ายๆ ปลาแซลมอน

เนื้อปลาเทราท์สดที่แล่แล้วหน้าตาแบบนี้

ความที่คนเยอะมากๆ แต่ละคนก็อยากจะได้มุมเหมาะๆ ตำแหน่งดีๆ ที่จะมีปลาเทราท์เยอะๆ
จึงต้องมีศึกแย่งชิงพื้นที่ แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไร พอตกได้ก็ย่างกินกันตรงนั้น
เข้าใจว่าจะมีการเก็บค่าย่างด้วยค่ะ เพราะเห็นมีการจ่ายตังค์ด้วย ใครไม่ชอบย่างก็จะแล่เนื้อกินสดๆ
ห่อผักกาดหอมก็ได้ หรือจะชุบแป้งทอด หรือจะอบก็ได้ค่ะ มีหลายบริการให้เลือก

ปลาเทราท์สดห่อผักกาดหอม อาจจะจิ้มวาซาบิหรือซอสก็ได้


อบปลาเทราท์

ลูกชิ้นปลาเทราท์




สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัว ที่อาจจะมีพ่อแม่ลูก พ่ออาจจะไปส่องปลา
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ลูกๆ เบื่อเลยนะคะ เพราะเค้าจะมีเขาวงกตหิมะให้ได้เดินกันหนุกๆ
เขาวงกตหิมะก็จะมีลักษณะเป็นทางเดินแคบๆ ส่วนข้างๆก็จะเป็นกำแพงหิมะสูงประมาณ 2 ม.
เดินวนไปวนมาอยู่นั่นแหละจนกว่าจะหาทางออกเจอ แล้วก็จะมีของเล่นอีกอย่างเรียกว่า
Ice sledding เกาหลีเรียกว่า ออลึมซอลแม ภาษาไทยเรียกว่าอะไรก็ไม่รู้
เป็นการทดสอบการเลื่อนตัวบนหิมะโดยใช้แคร่ น่าตื่นเต้นและหวาดเสียวเราเล่นจนหัวคะมำ
สไลเดอร์น้ำแข็งก็สนุกดีแต่ตูดเปียก

ขากลับเราก็จะเห็นโคมไฟที่มีรูปร่างเหมือนปลาเทราท์แขวนอยู่ทั่วทุกบ้านในฮวาชอน
ไม่ใช่แขวนไว้เล่นๆ หรือสวยงามเท่านั้น สอบถามแล้วเค้าบอกว่าเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งด้วยค่ะ
เพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณชั่วร้ายเข้ามาในบ้าน

18 กรกฎาคม 2553

ตอนที่ 17 "ฮันควา" ขนมรวมมิตรเกาหลี

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักขนมหวานเกาหลีที่เรียกว่า "ฮันควา" (한과) กันค่ะ
บางทีฉันก็เรียกว่า ขนมถั่วตัด ฮันควาบางแบบก็เหมือนขนมเหนียว และมีหลายสไตล์
ทั้งกรอบ และนุ่มเหนียว สามีฉันบอกว่าหน้าตาเหมือนขนมนางเล็ดบ้านเรา

เราจะเห็นขนมฮันควา ตั้งอยู่บนโต๊ะที่ไหว้บรรพบุรุษ ในเทศกาลชูซอกด้วย

ฮันควา เป็นขนมที่มีรสหวาน ทำจากธัญพืชราดด้วยน้ำผึ้ง พอเอาเข้าปากเคี้ยวแล้วจะมี
เสียงกรุ๊บกรอบดังก้องไปทั้งหู "ฮันควา" ทำจากธัญพืชอะไรก็ได้ตามที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ
แต่จะต้องคงความหวานเอาไว้ และจะต้องมีถั่วเป็นส่วนผสมขาดไม่ได้

คนเกาหลีจะทานฮันควา พร้อมกับน้ำชาร้อนๆ เค้าบอกว่าการทำฮันควา จะใช้เวลามากกว่า
การทำขนมซงพยอนอีก แต่จะนานกว่าแค่ไหนไม่ทราบเหมือนกัน

แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเสียเวลาทำไปหาซื้อสำเร็จเอาเลย

ฮันควา มีขายตามร้านทั่วไป หลายยี่ห้อ ราคาจะอยู่ที่ระหว่าง 10,000-200,000 วอน
มีชุดเล็ก ชุดกลาง ชุดใหญ่ บรรจุในแพคเกจสวยงาม ตัวขนมก็มีสีสันสวยงามด้วย ยิ่งเป็น
ช่วงเทศกาล คนเกาหลีก็จะไปเลือกซื้อฮันควาตามห้างฯ ที่มีหลายราคาและหลายแบบให้เลือก



รูปภาพ


ฮันควา มีหลายแบบ เช่น
유과 ยูควา เป็นการนำแป้งไปทอด แล้วชุบน้ำผึ้งคลุกเคล้าให้เข้ากัน

다식 ทาซิค ทำจากธัญพืชผสมน้ำผึ้งหรือน้ำตาล จะทำเป็นรูปกลมๆ แล้วนำไปกดแม่พิมพ์
ที่มีลวดลายต่างๆ เช่น เป็นตัวหนังสือ หรือ ลายดอกไม้

과편 ควาพยอน เป็นการนำผลไม้ เช่น สตอร์เบอรี่, เชอร์รี่, แอปริคอท, ราสเบอร์รี่,
หรือเนื้อผลไม้ที่ออกรสชาดเปรี้ยวๆ หวานๆ มาต้มให้เดือดและทำให้แข็งตัวคล้ายเจลลี่
จะออกรสเปรี้ยวนิดๆ และมักจะทำเป็นรูปร่างน่ารักๆ เช่น เป็นรูปดาว หรือรูปหัวใจ

숙실과 ซุกซิลควา เป็นการต้มผลไม้, ขิง,หรือถั่ว ผสมด้วยซินนามอน, น้ำผึ้ง,
น้ำตาล (ไม่รู้จะหวานไปถึงไหน) จากนั้นก็นำมาทำให้เป็นรูปทรงผลไม้ต่างๆ

엿 ยอท หรือท๊อฟฟี่ นำเอาข้าว หรือข้าวเหนียว, ข้าวโพด, มันเทศ หรือธัญพืช แล้วก็นำมานึ่ง
จากนั้นนำมาต้มด้วยหม้อใบใหญ่ๆ บางทีก็จะทำเป็นเส้นๆ เหมือนตังเม

유과 ยูควา




다식 ทาซิค


รูปภาพ

과편 ควาพยอน
รูปภาพ

รูปภาพ

숙실과 ซุกซิลควา


รูปภาพ

엿ยอท เขาขายกันเป็นแท่งๆ อย่างภาพที่เห็นยอทแท่งเล็ก ขาย 5 อัน 1,000 วอน
ถ้าเป็นแท่งใหญ่ด้านขวา 3 แท่ง 2,000 5 แท่ง 3000 วอน
รูปภาพ


ฮันควา เป็นขนมที่จำเป็นในการทำพิธีทางศาสนาและพิธีแต่งงาน และมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ในยุคโกรยอ ฮันควาจะเป็นขนมที่ทานกับน้ำชา นอกจากนั้นพวกชาวบ้านและวัดก็จะมีการให้
ขนมฮันควาเป็นพิเศษ

ในสมัยโชซอน ฮันควา เป็นขนมที่ขึ้นโต๊ะเสวยของกษัตริย์ และนำมาใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ

한과 เป็นคำที่มีความหมายเช่นกัน คำว่า "과" ควา หมายถึง ขนมหวาน

ส่วนฮัน "한" ตามข้อมูลว่ากันว่ามีหลายความหมาย ฮันแรก หมายถึงชาวเกาหลี 韓
(ภาษาจีนออกเสียงว่าเหว่ย)

ส่วนอีกความหมายนึง อาจหมายถึงชาวจีน 漢 (ที่ออกเสียงว่าฮั่น)

แต่จากข้อมูลในดิกชั่นนารี่ และเอนไซโคลพิเดียบอกว่า ฮันควา แปลว่า ขนมหวานเกาหลี 韓菓

อย่าลืมซื้อฮันควาติดไม้ติดมือกลับมาชิมรสชาดด้วย บางทีไม่ต้องเข้าห้างก็ได้
เพราะตามตลาดก็จะมีร้านขายฮันควา เอาไว้คราวหน้าจะซื้อมาสักกล่องสองกล่อง
แล้วจะส่งไปให้ชิมคนละชิ้นคะ

ไปชงน้ำชาได้แล้วคะ ฉันจะเซิรฟ์ฮันควาให้ทาน



กล่องใส่ฮันควาแบบบ้านๆ
รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

แถมด้วยขนมที่หาซื้อได้ง่ายตามข้างทางทั่วไป 국화빵 "กุ๊กฮวาปัง"
หรือ "ขนมดอกเบญจมาศ" วิธีการทำคล้ายขนมครกบ้านเรา แต่ข้างใน
ของเค้ามันจะมีไส้ถั่วแดงด้วย บางคนอาจเรียกว่า "ขนมครกเกาหลี"
นิยมทานหน้าหนาว แบบเวลาแบะออกมา ควันมันจะทะลุ ราคาขายอยู่ราวๆ 6 อัน 40 บาท

แต่ขอบอก "ขนมครกไทย" อร่อยกว่าเป็นไหนๆ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

17 พฤษภาคม 2553

ตอนที่ 16 อ่างเก็บน้ำในคิมเจ ตำนานมังกร 2 ตัว

วันนี้จะไปบุกแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีค่ะ ซึ่งที่นี่มีอ่างเก็บน้ำ
ที่เก่าแก่ที่สุดสำหรับใช้ในการชลประทานเพาะปลูกข้าวด้วย

คิมเจ เป็นแหล่งปลูกข้าว,มีอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเกาหลี

คิมเจ อยู่ในจังหวัดเชินลาเหนือ เป็นแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุด จนที่นี่ได้รับ
ฉายาเป็น "เมืองแห่งข้าว" และที่นี่มีอ่างเก็บน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในเกาหลี มีชื่อว่า
บยอค-กล-เจ 벽골제และที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีสัญลักษณ์เป็นรูปมังกร 2 ตัว

เรามารู้จักคิมเจกันหน่อย

คิมเจได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเกษตรกรรม อยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเชินลาเหนือ
ตั้งอยู่ใจกลางที่ราบโฮนัม, และภูเขามอค คิมเจ เป็นแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุด
และมีทัศนียภาพงดงาม รวมทั้งยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอีกด้วย

ดิฉันไม่ทราบว่าในเกาหลีมีอ่างเก็บน้ำกี่แห่ง แต่ที่เคยได้ยินได้ฟัง นอกจาก
บยอค-กล-เจ แล้วก็มีอ่างเก็บน้ำซูซานเจ จังหวัดคยองซังใต้,

อ่างเก็บน้ำบยอค-กล-เจ เป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่และเก่าที่สุดในเกาหลี
มีความยาว 3,240-3,245 เมตร สูง 5.7 เมตร สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์
แบคเจ โดยกษัตริย์บิรยอ ส่วนแหล่งน้ำนั้นก็เป็นน้ำที่มาจากภูเขามอค,
คูซอง, ซังดู

ที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีตำนานของมังกร 2 ตัวด้วยค่ะ

สัญลักษณ์มังกร 2 ตัว หมายถึงอะไร? เค้ามีตำนานเล่ามาอย่างงี้คะ
มีหญิงสาวบริสุทธิ์คนหนึ่ง ชื่อว่า ดันยา กระโดดลงไปในอ่างเก็บน้ำ
เพื่อที่จะช่วยชีวิตคนรักของเธอ ซึ่งถูกน้ำพัดพาไปท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว
แต่สุดท้ายเธอและคนรักเสียชีวิตหรือไม่ ลืมไปแล้วขออภัย

ความหาญกล้าของเธอทำให้มีการสร้างมังกร 2ตัว เพื่อเป็นอนุสรณ์ และ
ชาวบ้านก็นับถือว่าเป็นเทพแห่งน้ำ และเป็นผู้ปกป้องอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ตั้งแต่
นั้นเป็นต้นมา

มังกรทำด้วยไม้ไผ่และเคเบิ้ลเหล็ก สูง 15 เมตร ยาว 54 เมตร
ตัวหนึ่งเรียกว่า แบครยอง แปลว่ามังกรสีขาว ส่วนอีกตัวเรียกว่า
ชองรยอง แปลว่ามังกรสีน้ำเงิน

อ่างเก็บน้ำบยอคกลเจ จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดเชินลาเหนือ
และยังเป็นสถานที่ทัศนศึกษาของนักเรียนเกาหลีด้วยคะ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้ง
ของพิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมบยอคกลเจ

พิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมบยอคกลเจ จะจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในงาน
เกษตรกรรม แต่ส่วนใหญ่จะเป็นของในสมัยโบราณ เช่นรหัสวิดน้ำ,จอบ,
เสียม หรือแม้แต่รูปปั้นโคและกระบือ จะมีการสาธิตวิธีการปลูกข้าว
การฟัดข้าว จนได้มาเป็นข้าวสาร ผู้เข้าชมจะร่วมลองทำได้ด้วย

คิมเจมีงานเทศกาลที่โด่งดังอยู่งานหนึ่งจัดมาตั้งแต่ปี 1999 เรียกว่า 지평선축제
Gimje Horizon Festival เพื่อโปรโมตให้ทราบว่าคิมเจเป็นแหล่งปลูกข้าว
และได้รับเลือกให้เป็นเทศกาลที่ดีที่สุดในเกาหลี 5 ปีติดต่อกัน

คิมเจไปทางซ้าย ทางเดียวกับไปภูเขาอิค




ลองสังเกตกันดูก็ได้ค่ะ ถ้าหากไปเดินเที่ยวตามห้างสรรพสินค้า แล้วเจอ
ข้าวสารที่เป็นถุงๆ ส่วนใหญ่จะระบุว่าเป็นข้าวที่มาจากคิมเจ
แต่ฉันทานข้าวของเกาหลีหรือญี่ปุ่นไม่ค่อยอร่อย ไม่ถูกปาก เพราะ
เมล็ดข้าวของเขาจะสั้นๆ เหนียวๆ กินแล้วเหมือนข้าวเหนียว


ข้าวหอมมะลิของไทยเราก็มีขายในเกาหลีด้วยเหมือนกัน
หลายยี่ห้อด้วยค่ะ ส่วนใหญ่ถ้าคนเกาหลีจะทานข้าวไทย
เค้ามักจะเอาไปผัด เมนูสุดอร่อยคือข้าวผัดกุ้งค่ะ

ความแตกต่างระหว่างเมล็ดข้าวเกาหลี และ ไทย




ปิดท้ายเป็นภาพเมนูอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพัทยา ที่มีคนเกาหลีไป
ทานกันไม่ขาดสาย สุดเดิ้นแค่ไหน เมนูเป็นภาษาเกาหลี ราคาไม่แพงมากนัก
สมน้ำสมเนื้อ คิดแพงมากไม่ได้ เพราะจะมีเพื่อนคนไทยพาไป พวกเรารู้ราคา
กันอยู่

09 พฤษภาคม 2553

ตอนที่ 15 "แฮชิ" สัญลักษณ์แห่งโซล

"แฮชิ" (해치) กลายเป็นของที่ระลึกที่ขายดีในโซล คนเกาหลีนิยมหาซื้อมาเก็บไว้
หลังจากที่มีการประกาศให้ "แฮชิ" เป็นสัญลักษณ์ของมหานครโซล ตั้งแต่ปี2008

"แฮชิ"(해치) พัฒนามาจาก "แฮแท"(해태)คนเกาหลีทุกคนรู้จัก "แฮแท" เพราะถือเป็น
เทพเจ้าองค์หนึ่งในตำนานของประเทศ แฮแท มีรูปร่างหน้าตาเหมือนสิงโต แต่มี
เขางอกออกมาจากหน้าผาก ว่ากันว่าเป็นเทพคุ้มครองอัคคีและความโชคร้ายต่างๆ

แฮแทเป็นสัตว์ในตำนาน เป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรมและความซื่อสัตย์

มหานครโซลต้องการที่จะให้แฮชิมีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นสัญลักษณ์ของโซล
เหมือนกับสัญลักษณ์เมืองอื่นๆ ในต่างประเทศ เช่น Big Apple ของมหานครนิวยอร์ค,
เมอร์ไลอ้อน ของสิงคโปร์ หรือ Buddy Bear ของเบอร์ลิน

Hosted image

กว่าที่โซลจะได้มาซึ่งไอคอน "แฮชิ" ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ และเลือกรูปร่าง
หน้าตาของแฮชิ ใช้เวลากว่า 6 เดือนทีเดียว มีการประกวดภาพวาดแฮชิของเด็กๆ
และมีการจัดแสดงผลงานนิทรรศการแฮชิด้วย

และในที่สุด "แฮชิ" ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของโซล เมื่อเดือนพฤษภาคม2008

แต่ก่อนที่ "แฮชิ" จะเข้ามาเป็นสัญลักษณ์ตัวใหม่ของโซล ทราบมั้ยค่ะว่าที่ผ่านมา
สัญลักษณ์ประจำของโซลคืออะไร?

왕범이WangBomi วังบอมมี คือไอคอนเก่าของโซล เป็นรูปเสือ แต่คนไม่ค่อยรู้จัก เพราะ
ขาดการประชาสัมพันธ์

แฮชิ ถูกนำไปตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่หลายๆ จุดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในโซล เช่นที่
คังฮวามุน พลาซ่า โดยจะมีการทำการประชาสัมพันธ์ในทุกๆ ช่องทางเพื่อให้
นักท่องเที่ยวได้รับทราบ ประมาณว่าเดินไปตรงไหนก็จะเห็นแต่แฮชิ แฮชิ

ตอนนี้แฮชิตัวเหลืองๆ ก็กลายเป็นของที่ระลึกที่ประชาชนชาวโซล นิยมไปซื้อหา
กันที่ชอปของแฮชิ มาดัง ซึ่งเค้าผลิตออกมาเป็นทั้งตุ๊กตา, พวงกุญแจ, ที่ห้อย
โทรศัพท์มือถือ

เมื่อช่วงเทศกาลคริสมาสต์ที่ผ่านมา แฮชิขายดิบขายดีเหมือนแจกฟรี โดยเฉพาะ
ตุ๊กตาแฮชิใส่หมวกแดง ผลิตแบบlimited edition หรือแฮชิเขากวาง เป็น
สินค้าที่ขายเกลี้ยงร้าน ซึ่งคนส่วนใหญ่จะนำไปห้อยกับกระเป๋าหรือโทรศัพท์มือถือ

ร้านขายของที่ระลึกแฮชิ กลายเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หลังจาก
ที่มีฉากหนึ่งในละครเรื่อง "Iris" ของลุงเทพ ปรากฎกายร้านแฮชิแห่งนี้
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2009 ทำให้มีนักท่องเที่ยวมากกว่าปกติ

จะไปหาซื้อ "แฮชิ" ได้ที่ไหน?

ชอปของแฮชิจริงๆ ตอนนี้มีอยู่ 3 ร้านคือที่ 해치마당แฮชิ มาตัง ควังฮวามุนพลาซ่า,
ที่นี่จะมีการจัดแสดงนิทรรศการของแฮชิด้วย, Information Center ที่ชองคเย
และที่ร้านหนังสือยองพุง ในเขตจองโน

นอกจากนั้นก็มีวางขายตามสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โซล,
Dream Forest, อุทยานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ทงแดมุน

มหานครโซล มีโครงการที่จะเปิดชอบขายแฮชิในสนามบิน และในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ
เช่น COEX ภายในปี 2012

Hosted image

Hosted image

สินค้า "แฮชิ" มีอะไรบ้าง?

แฮชิที่ขายดีที่สุดก็คือตุ๊กตา รองลงมาก็จะเป็นกระเป๋าสะพาย, เสื้อผ้าเด็ก,แก้วน้ำ,
พวงกุญแจ, หมวก, ผ้าเช็ดหน้า, เข็มกลัด และหมวก ซึ่งสินค้าทั้งหมดมีประมาณ
300 รายการ

ภายในปี 2012 มหานครโซลกะว่าจะมีร้านจำหน่ายสินค้าแฮชิกว่า 20 ร้าน และจะ
เพิ่มรายการสินค้าเป็น 500 รายการ

โซลพยายามที่จะประชาสัมพันธ์แฮชิให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
โดยติดตราสัญลักษณ์ในทุกๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นข้างรถแท๊กซี่, ตามขั้นบันไดยังมีเลยอ่ะ

ไปเที่ยวโซลครั้งต่อไป อย่าลืมเอาแฮชิ (ราคาถูกๆ) ติดไม้ติดมือกลับมาด้วย

เขียนเรื่องแฮชิ ก็มีชื่อของควังฮวามุน พลาซ่า ที่เค้าปิดถนนถ่าย "IRIS"
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของโซล เอาไว้จะเล่าในตอนต่อๆ ไป

ถ้าใครเคยไปเที่ยวคังฮวามุนพลาซ่า คงจะเคยเห็นรูปปั้นหรืออนุสาวรีย์ของ
นายพลอีซุนชิน ที่ถือดาบยืนท้าวสะเอว ซึ่งประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจทีเดียว

นายพลอีซุนชิน ฉันเคยพูดไปแล้วคร่าวๆ ตอนที่ไปเที่ยวที่ยอซู ที่อะไรๆ
ก็เป็นเต่าๆๆ


แฮชิ สาขาร้านหนังสือยองพุง เขตจองโน
Hosted image

Hosted image

Hosted image

บริเวณคังฮวามุน พลาซ่า จะเห็นอนุสาวรีย์ของนายพลอีซุนชิน ยืนถือดาบ
ท่าทางน่าเกรงขาม


ทางเข้า "แฮชิมาตัง"


Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

Hosted image

เพื่อนร่วมทาง