ตามข้อมูลของวิกีพีเดียบอกว่า
ประเทศเกาหลีใต้แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 จังหวัด, 1 จังหวัดปกครอง
ตนเองพิเศษ, 6 มหานคร และ 1 นครพิเศษ
1 นครพิเศษก็คือโซล หรือซออุล 서울 특별시
6 มหานครก็ได้แก่
1. ปูซาน/พูซาน 부산 광역시
2. แทกู 대구 광역시
3. อินชอน 인천 광역시
4. กวางจู/ควางจู 광주 광역시
5. แทจอน 대전 광역시
6. อุลซาน 울산 광역시
และจังหวัดปกครองตนเองพิเศษ เชจู 제주특별자치도
ส่วน 8 จังหวัด ประกอบด้วย
คยองกี 경기도
คังวอน 강원도
คยองซาบุก 경상북도
คยองซานัม 경상 남도
ชอลลานัม 전라남도
ชอลลาบุก 전라 북도
ชุงชองบุก 충청 북도
ชุงชองนัม 충청 남도
ลงไว้คร่าวๆ แค่นี้ รายละเอียดอื่นก็หาอ่านได้ทั่วไป (ประโยคนี้ฉันอาจจะใช้บ่อยๆ)
ฉันขอแก้ไขข้อมูลของวิกีตามที่ฉันรู้ จังหวัดคยองซาบุก 경상북도 แก้เป็น
คยองซังบุก หรือจังหวัดคยองซังเหนือ และคยองซานัม 경상남도 แก้เป็น
คยองซังนัม หรือจังหวัดคยองซังใต้
สรุปก็คือ แก้จาก ซา เป็น ซัง
ประเทศเกาหลีใต้ มีพื้นที่โดยรวม 100,032 ตารางกิโลเมตร ถ้าเทียบกับไทย
ซึ่งมีพื้นที่ 513,115 ตารางกิโลเมตร ไทยเรามีพื้นที่มากกว่าเกือบๆ 5 เท่า
มีประชากรประมาณ 48 ล้านกว่าคน
ภูมิประเทศส่วนใหญ่ของเกาหลีจะเป็นภูเขา เวลาที่เราดูละครก็จะเห็นมีบ้าน
สร้างลดหลั่น สูงๆ ต่ำ คละเคล้ากันไป เท่ากับเค้าสร้างบนภูเขา
เกาหลีมีพื้นที่จำกัด ถ้าไม่ใช่บ้านอภิมหาเศรษฐีจริงๆ ก็จะไม่มีที่จอดรถในบ้าน
อาศัยจอดนอกบ้าน ส่วนใหญ่บ้านหลังหนึ่งก็จะมีรถแค่คันเดียว
ส่วนสภาพภูมิอากาศก็ไม่ต้องพูดถึง หนาว ถึงหนาวมาก ถึงแม้เค้าจะบอกว่า
บ้านเค้ามี 4 ฤดูตามข้อมูลทางวิชาการ แต่ฤดูหนาวจะยาวกว่าเพื่อน เริ่มตั้งแต่
ตุลาคม-มีนาคม ปาเข้าไปเกือบ 6 เดือนแน่ะ แต่จะหนาวมากๆ ก็ประมาณ
ปลายเดือนธันวา-กุมภา อุณหภูมิถึงขั้นติดลบ
หน้าร้อนบ้านเค้าก็มี แต่สั้นมาก ประมาณ 2 เดือนกว่าๆ
ใน 8 จังหวัดของเค้า ก็จะประกอบด้วยเมืองต่างๆ อีก ซึ่งเวลาพาไปเที่ยว
ฉันก็จะบอกว่า เมืองนี้อยู่ในจังหวัดนี้ เพราะบางเมืองเราอาจจะเคยได้ยินชื่อ
คุ้นหูมากกว่าชื่อจังหวัด จะได้เป็นความรู้ด้วยค่ะ
จังหวัดคยองกี มีเมืองเยอะกว่าใครเพื่อน โกยาง, ควังมยอง, ควังจู, ควาชอน,
อันซอง, อันยาง, คูรี, คุนโพ, คิมโพ, นัมยางจู, พูชอน, ซองนัม,
ซูวอน (ชื่อนี้จะได้ยินบ่อยๆ แต่ไม่ค่อยรู้ว่าอยู่ในจังหวัดคยองกีนี่เอง),
ซีฮึง, อันซัน, โอซัน, ยงอิน, อึยวัง, อึยจองบู, อีชอน, พาจู,
พยองแทค, ฮานัม, ฮวาซอง
จังหวัดคังวอน ก็มี คังนึง, ดงแฮ (บางทีฉันอาจจะเรียกว่าทงแฮ), ซัมชอก,
ซกโช, วอนจู, ชุนชอน, แทแบค
จังหวัดคยองซังเหนือ มี คยองซัน, คูมี, คิมชอน, มุนคยอง, ซังจู, คยองจู,
อันดง, ยองจู, ยองชอน, โพฮัง,
จังหวัดคยองซังใต้ มี เคอเจ, คิมแฮ, มาซัน, มิลยาง, จินจู, จินแฮ, ชังวอน,
ทงยอง, ซาชอน, ยางซัน
จังหวัดเชินลาเหนือ ได้แก่ คุนซัน, คิมเจ, นัมวอน, อิคซัน, เจินจู, จองอึบ
จังหวัดเชินลาใต้ ได้แก่ ควังยาง, นาจู, มกโพ, ซุนชอน, ยอซู
จังหวัดชุงชองใต้ ได้แก่ คงจู, นนซัน, อาซัน, โพ-รยอง, ซอซัน, ชอนอัน
จังหวัดชุงชองเหนือ ได้แก่ เจชอน, ชุงจู, เชิงจู
จังหวัดเชจู มี 2 เมือง คือเชจู และซอควีโพ
แผนที่ 6 มหานครของเกาหลี

แผนที่ 8 จังหวัด และ 6 มหานครของเกาหลี

พื้นที่สีโอลด์โรส(ซ้ายมือบน) จังหวัดคยองกี
สีเหลือง (ขวามือบน) จังหวัดคังวอน
สีเขียวตองอ่อน จังหวัดชุงชองนัม หรือชุงชองใต้
สีเขียวเขียว จังหวัดชุงชองบุก หรือชุงชองเหนือ
สีฟ้า จังหวัดคยองซังบุก หรือคยองซังเหนือ มีพื้นที่มากสุด
สีม่วง จังหวัดคยองซังนัม หรือคยองซังใต้
สีน้ำเงิน จังหวัดเชินลาบุก หรือเชินลาเหนือ
สีชมพู จังหวัดเชินลานัม หรือเชินลาใต้
และติ่งเล็กๆ ที่อยู่ใต้สุด คือเกาะเชจู จังหวัดปกครองตนเองพิเศษ
ส่วนป้ายขาวๆ ที่ยื่นออกไปทางด้านซ้ายและขวา ก็เป็น 6 มหานคร และ
1 มหานครพิเศษ
ทางด้านซ้าย มี 4 มหานคร จากบนลงล่าง โซล, อินชอน, แทจอน, ควังจู
ทางด้านขวา มี 3 มหานคร จากบนลงล่างเช่นเดียวกันมี แทกู, อุลซาน
และพูซาน
อย่างแรกที่ฉันนึกออกก่อนที่จะพาไปเที่ยวเกาหลีครั้งต่อไปก็คือบัตร BBB
มีปัญหาบัตร BBB ช่วยคุณได้
บัตร BBB ซึ่งไม่ใช่บัตร BB Black berry จนเดี๋ยวนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่าBB
มันทำอะไรได้บ้าง เห็นเค้าบอกว่านิยมใช้แชทหากิ๊ก แล้วสรุปว่ามันเป็น
โทรศัพท์ หรืออะไรกันแน่
แต่มันจะเป็นอะไรก็ช่างเหอะ ฉันรู้แต่ว่าโทรศัพท์เน่าๆ ของฉัน มีแค่ปุ่มเขียว
กับปุ่มแดง ที่หล่นแล้วหล่นอีก ก็โทรได้ทั่วโลก
บัตร BBB คืออะไร? ใช้ทำอะไร?
ถ้าไปเที่ยวเกาหลีกับบริษัททัวร์ บัตร BBB ก็ไม่จำเป็นสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณ
คิดจะเที่ยวละไมโดยไม่ง้อทัวร์ล่ะก็ ฉันแนะนำบัตรใบเก่งใบนี้ เพียงแค่
กด 14 ก็เอาอยู่
มีบัตรBBB ก็เหมือนกับมีล่ามส่วนตัวดีดีนี่เอง ยามใดที่คุณหลงทาง เกาหลี
ก็ไม่ได้อังกฤษก็ไม่ดี ความรู้แค่ระดับ ดิส อิส อะ บุ๊ค หรือดิส อิส อะ แชร์
อย่างฉันก็ใช้ภาษาพ่อภาษาแม่เรานี่แหละ
บัตรBBB คือ Volunteer service for translation อาสาสมัครบริการแปลภาษา
บัตรBBB จะมีหมายเลขโทรศัพท์ให้เราติดต่อกับคนที่พูดภาษาของเราได้
ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 17 ภาษา รวมทั้งภาษาไทย ซึ่งล่ามก็มาจากอาสาสมัคร
ซึ่งมีทั้งคนเกาหลี และคนต่างประเทศที่ไปอาศัยอยู่
บัตรBBB จะมีสีส้ม มีสัญลักษณ์เป็นรูปต้นไม้ ดังนั้นถ้าหากเราถึงสนามบิน
ก็ควรควานหาบัตรBBB ก่อนเป็นอย่างแรก แล้วก็พกติดตัวไว้ยามมีปัญหา
เวลาหลงทาง อยากไปไหน หิวข้าว ไม่สบายสื่อสารกับใครไม่รู้เรื่อง ก็โทร
หาเบอร์1588-5644 แล้วกด 14
เบอร์14 ก็คืออาสาสมัครที่สามารถพูดภาษาไทยกับคุณได้ บางคนก็เป็นชาว
เกาหลี บางคนก็เป็นคนไทย คุณสามารถติดต่อพวกเค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ถึงแม้เค้าจะบอกว่า 24 ชั่วโมงก็จริงแต่คุณก็ไม่ควรทะเล่อทะล่าโทรไป
ตอนตี2 ตี3 ยามที่เค้าหลับอุตุ
เอาล่ะ มาทำความรู้จักกับBBB
จุดกำเนิดของBBB มาจากฟุตบอลโลก
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2002 ตอนที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกร่วมกับญี่ปุ่น
หนังสือพิมพ์จุงอัง อิลโบเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มอาสาสมัครเพื่อให้บริการทางด้านภาษา
ต่างประเทศในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งขณะนั้น
BBB เป็นองค์กรอิสระ
แต่หลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลโลก BBB ก็ถูกโอนมาขึ้นกับคณะกรรมการ
Visit Korea Year ถือเป็นส่วนหนึ่งในหน่วยงานย่อยของกระทรวงวัฒนธรรม
และการท่องเที่ยว เมื่อเดือนพฤษภาคม 2003
BBB ย่อมาจาก Before Babel Brigade
Before Babel หมายถึงช่วงเวลาก่อนที่จะมีการก่อสร้างหอ Babel
ส่วนBrigade หมายถึงกลุ่มคนที่จัดตั้งขึ้นด้วยจุดประสงค์พิเศษ
(เป็นชื่อที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคัมภีร์ของศาสนาคริสต์)
แต่ BBB ขององค์กรนี้หมายถึง กลุ่มอาสาสมัครที่มารวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือสังคม
โดยไม่คิดมูลค่า และเพื่อขจัดอุปสรรคทางด้านวัฒนธรรม และภาษา
BBB ให้บริการทั้งหมด 17 ภาษา ประกอบด้วย
1 ภาษาอังกฤษ
2 ภาษาญี่ปุ่น
3 ภาษาจีน
4 ภาษาฝรั่งเศส
5 ภาษาสเปน
6 ภาษาอิตาเลียน
7 ภาษาเยอรมัน
8 ภาษาโปรตุกิส
9 ภาษาอาระบิค
10 ภาษาโพลิช
11
12 ภาษาเตอร์กิช
13 ภาษาสวีดิช
14 ภาษาไทย
15 ภาษาเวียดนาม
16 ภาษามาเลย์-อินโดนีเซีย
17 ภาษาเกาหลี
ปัจจุบันBBB มีอาสาสมัครเกือบ 3 พันคน ภาษาอื่นไม่สำคัญ แต่ภาษาไทยของเรา
มีอาสาสมัครอยู่ 14 คน กระจายอยู่ทั่วประเทศ พร้อมที่จะช่วยเหลือคนไทย
ยามฉุกเฉิน ภาษาอังกฤษจะมีอาสาสมัครเยอะสุด ประมาณพันกว่าคน
บัตรพร้อม แต่โทรศัพท์ไม่พร้อม
เอาล่ะเกิดปัญหาแล้วตอนนี้ฉันปวดหัวจะไปซื้อยา เดินเข้าร้านขายยา
ชี้ไปที่ขมับ แล้วทำหน้าเหยเกสุดฤทธิ์ แค่นี้ก็ได้แล้ว แต่ฉันแพ้ยาบางตัว
จะบอกกับเภสัชว่าไงดี ว่าแล้วก็หยิบมือถือขึ้นมากดๆๆ แต่เดี๋ยวก่อน
คุณจะใช้มือถือที่ติดตัวไปจากเมืองไทยล่ะก็เมินซะเหอะ (ที่ไม่ได้ยืม
มาจากสนามบิน) ระบบมือถือบ้านเรากับบ้านเค้าไม่เหมือนกัน
อ้าว... แล้วจะทำงัยดีอ่ะ ถ้าอยากโทรฟรีก็ใช้วิธีของฉันซิ
คุณก็ออกไปสอดส่ายสายตาบนฟุตบาธ เป้าหมายของคุณคือ ชายหนุ่ม
เกาหลีรูปหล่อ เมื่อเจอคนที่ใช่ คุณก็ยื่นบัตร BBB สีส้มอร่ามให้เค้า
และเพื่อความสุภาพ กรุณายื่นบัตรให้ด้วยมือ 2 ข้างของคุณ เค้าก็จะ
รับบัตรด้วยมือสองข้างของเค้า และเค้าจะตอบคุณว่า เดะๆๆ หรือเย่ๆๆๆ
เดาเอาแปลว่า ครับๆๆ
แล้วเค้าก็จะควักโทรศัพท์ออกมา โทรไปยังเบอร์ที่คุณต้องการ
จากนั้นคุณจะสานสัมพันธ์ยังไงต่อก็เป็นเรื่องของคุณ
สำหรับคุณที่ไม่เห็นปู้จายหล่อๆ อยู่ในสายตา คุณก็สามารถยื่นบัตร BBB
ให้คนเกาหลีคนไหนก็ได้ ทุกคนเต็มใจช่วยเหลือคุณอยู่แล้ว
หลังจากที่กด 1588-5644 แล้วกด 14 ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติ เค้าก็จะ
โอนสายติดต่อให้อาสาสมัครที่พูดไทยได้ ไม่ใช่แค่เพียงคนเดียว
แต่เค้าสามารถโอนสายให้คุณพูดกับล่ามได้ 3-5 คน ภายในครั้งเดียว
เจ๋งจริงเลย (ทำเสียงให้เหมือนอาฉีเสียงหล่อด้วยยิ่งดี)
จะหาบัตรBBB ได้จากที่ไหนบ้าง
นอกจากสนามบินแล้ว สามารถหยิบฉวยได้ตามสถานีรถไฟใต้ดิน,
ห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว แต่ถ้าหมดปัญญา
หากี่ที่ก็ไม่เจอ บุกไปเลยสำนักงานใหญ่ BBB ตึกฮันนัม ชั้น4 ยงซานกู,
โซล ขึ้นรถไฟใต้ดิน#6 ลงสถานีอิแทวอน STN 630 ทางออกหมายเลข 2
เดินไปซัก 5 นาที จะเห็นตึกเขียวๆ นั่นแหละ ตึกฮันนัม
ถ้ายังไม่แน่ใจลองหาดูว่าร้านสะดวกซื้อ Buy the Way อยู่ที่ชั้นล่างป่าว
ถ้าใช่กดลิฟท์ขึ้นชั้น 4 โลด
แต่จริงๆ ชีวิตไม่ต้องลำเค็ญถ่อไปถึงที่ก็ได้ แค่จดเบอร์ 1588-5644 แล้วกด 14ก็พอแล้ว จากนั้นก็หาตู้โทรศ้พท์โทรเอา
และทิ้งท้ายไว้สำคัญมากสำหรับคนไทยที่จะไปต่างแดน เราควรทราบ
ที่ตั้งและเบอร์โทรศัพท์ของสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศนั้นๆ
เอาไว้ เผื่อตกทุกข์ได้ยาก สถานทูตนี่แหละสวรรค์ของเรา
สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซล
653-7, Hannam-dong, Yongsan-gu, Seoul 140-210
Tel. (82 2) 790-2955, 795-0095, 795-3098, 795-3253


หลังจากที่แนะนำประเทศเกาหลีคร่าวๆ แล้ว พร้อมที่จะเดินทางหรือยังค่ะ
ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลยค่ะ
ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่เมืองยอซู กินกิมจิหนึ่งเดียวในเกาหลี
ย่างเข้าสู่วันที่ 3 ของปีใหม่ 2553 คงยังไม่สายเกินไปที่จะพาไปดูพระอาทิตย์
แรกของปีใหม่ในเกาหลี
หนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดที่คนเกาหลีนิยมไปดูพระอาทิตย์แรกของปีใหม่
คือที่นี่ ฮยางอิลลัม, ยอซู
อยากรู้ว่ายอซูอยู่ที่ไหน ก็กลับไปดูบทที่1 ค่ะ
ยอซู อยู่ในจังหวัดเชินลาใต้ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ติดทะเล เมืองยอซูสร้างขึ้นเมื่อปี
1949 แต่ในปี 1998 ยอซูก็มารวมกับเมืองยอชอน จนกลายเป็นเมืองใหม่
ถ้านั่งรถยนต์หรือรถไฟจากโซลมาที่ยอซู ก็ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง
ถ้านั่งเครื่องบินก็แค่ชั่วโมงเดียว
เมืองยอซู ประกอบด้วยแหลมยอซู และเกาะเล็กเกาะน้อยอีก 317 เกาะ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีคนอาศัยอยู่ทุกเกาะ มีเพียง 49 เกาะเท่านั้นที่มีคนอยู่
ส่วนอีก 268 เกาะ ไม่มีคนอาศัย
เนื่องจากยอซูเป็นเมืองติดทะเล จึงมีลมพัดสบายๆ ในช่วงหน้าร้อน
ยอซูเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่ง เช่น สะพานดลซัน
และที่เราจะไปกันวันนี้ ฮยางอิลลัม
เกาะดลซัน หรือดลซันโดเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของเกาหลี เราจะ
ข้ามไปดลซันโดด้วยวิธีง่ายๆ ที่ไม่ต้องนั่งเรือ เพราะเค้ามีสะพานเคเบิ้ลแขวน
ให้เราข้ามไปและสะพานเคเบิ้ลดลซัน ก็เป็นสะพานที่สวยสะพานหนึ่ง
แต่ถ้าใครอยากนั่งเรือเค้าก็มีเรือไว้คอยบริการ
สะพานดลซัน เป็นสะพานเคเบิ้ล มีความยาว 450 เมตร กว้าง 11.7 เมตร
สร้างขึ้นเมื่อปี1980 แล้วไปเสร็จและเปิดใช้เอาปี 1984 เสาสะพานมีสีส้ม
และสีขาว เป็นถนน 2 เลน ไปเลน กลับเลน แต่ว่าข้างๆ ก็มีพื้นที่สำหรับ
รถจักรยานและทางคนเดิน
ระหว่างที่นั่งรถข้ามสะพานไป สองฝากฝั่งก็เป็นทะเลอันสวยงาม โอกาสนี้เรา
ก็ชมวิวไปเรื่อยๆ จะเห็นเกาะเล็กเกาะน้อยกระจายอยู่ทั่วอ่าว โรแมนติคจริงๆ
ห้ามหลับโดยเด็ดขาด
พอพ้นจากสะพาน ขับไปสักพัก จะมีถนนอยู่ช่วงหนึ่ง เป็นทางโค้ง ตรงนี้เอง
จะเป็นจุดจอดรถเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพสะพานในมุมสูง และจะมีจุด
ชมวิวเพื่อให้ถ่ายรูปด้วย
แต่สะพานดลซัน จะสวยสุดในตอนกลางคืน เพราะจะเปิดไฟ 2000 ดวง
อล่องฉ่องไปทั้งสะพาน เป็นสีรุ้งสวยจริง
กำลังข้ามสะพานดลซัน



อีก 400 เมตรถึงจุดชมวิว

จุดชมวิวถ่ายรูปซะ

สะพานดลซันในยามค่ำคืน

หลังจากที่เราข้ามสะพานดลซันมาแล้ว เราก็จะต้องเดินทางต่อไปฮยางอิลลัม
ถนนจะค่อนข้างคดเคี้ยวเลี้ยวลดซักหน่อย แต่ไม่เป็นไร พอไปถึงที่แล้ว
จะต้องร้องว้าว!!! จนลืมถนนเส้นนี้ไปเลย
ที่ดลซันโด เป็นที่ตั้งของวัดพุทธเล็กๆ หรือเพื่อนฉันเรียกว่าสำนักปฏิบัติธรรม
(ดูมัน ใช้ศัพท์สูงซะด้วย) ที่ชื่อว่า ฮยางอิลลัม 향일암 ซึ่งที่นี่จะมีหน้าผาที่เป็น
จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น คนเกาหลีมักจะมาเที่ยวเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นในวันขึ้นปีใหม่
ที่ฮยางอิลลัมจะมีการจัดเทศกาล "ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ฮยางอิลลัม" ในวันที่ 31 ธ.ค- 1 ม.ค.
ก่อนถึงฮยางอิลลัม เราจะแวะพักกันที่หมู่บ้านอิมโพ ซึ่งมีโรงแรมเล็กๆ แบบ
โฮมสเตย์ มีห้องพักไม่กี่ห้อง และมีร้านอาหาร แบบชาวบ้านๆ บางร้านก็เป็น
แบบตามสั่ง บางร้านก็จัด แบบบุฟเฟต์
ที่อิมโพจะมีกิมจิแบบท้องถิ่นที่อื่นไม่มี ประมาณว่าหนึ่งเดียวในเกาหลี เค้า
เรียกว่า "ดลซันกัทกิมจิ (돌산갓김치)" ถ้าเรียกแบบไทยๆ ก็คือ เป็นกิมจิ
สินค้าโอท๊อปแห่งยอซู เดี๋ยวจะลงมาโซ้ย
ฉิ๊งฉ่องเสร็จแล้วก็เตรียมตัวไปฮยางอิลลัมต่อ
ขาขึ้นไปฮยางอิลลัมนี่ซิทุลักทุเล เพราะต้องใช้วิทยายุทธ์ปีนป่ายขึ้นไป
เดินเท้าอย่างเดียว นึกว่าเดินทางไกลแบบลูกเสือแล้วกัน
เราจะขึ้นฮยางอิลลัมได้ ก็จะต้องปีนบันไดอีก 291 ขั้น โอ๊ย..ชีวิตรันทดอีกแหระ
กะว่าจะนับขั้นว่ามัน 291 ขั้นจิงป่าว แค่เดินก็เหนื่อยแล้ว เลยนับไม่ถูก
แล้วยังต้องผ่านช่องแคบระหว่างเขาอีก เดินผ่านได้ทีละคนเท่านั้น
ระหว่างทางขึ้นบันได จะมีจุดพักครึ่งทาง แล้วก็จะมีรูปปั้นเรียกว่าอะไรก็ไม่รู้
ตัวเป็นเต่า เพราะเห็นมีกระดอง แต่หัวเหมือนมังกรแฮ่ะ สรุปแล้วมันคือเต่า
อาม่งอาม่า ก็จะนั่งพัก และเก๊กท่าถ่ายรูป
พอตะเกียกตะกายขึ้นไปก็ไม่ผิดหวัง ขนาดยังไม่เห็นหน้าผา ก็ลืมเหนื่อย
มันจะมีทางเดินอยู่ 2 ทาง ทางหนึ่ง จะพาไปสู่หอระฆังกับวัด หลังวัดนี่แหละ
จะเป็นหน้าผา พอดีอีกทางหนึ่งไม่ได้เดินไปก็ไม่รู้ว่าไปเจอกะอะไร
ในวัดเล็กๆ แห่งนี้จะมีพระพุทธรูปองค์ไม่ใหญ่ไม่โต ตามประสาคนชาวพุทธ
อย่างฉันก็ต้องไหว้พระก่อนเป็นอันดับแรก แต่ฉันคงกราบไหว้แบบวิธีคนเกาหลี
ไม่ได้ที่ต้องลุกๆ นั่งๆ ก้มๆ เงยๆ ก็เอามันแบบไทยๆ เรานี่แหละ กราบ 3 ที
แบบเบญจางคประดิษฐ์ เป็นอันเสร็จพิธี
รู้สึกที่นี่มองไปทางไหนก็จะมีเต่าให้เห็นอยู่เสมอ ขนาดก้อนหินก้อนใหญ่ๆ
ยังทำเป็นรูปเต่าเลย เพราะอะไรหรือค่ะ
ในสมัยราชวงศ์โชซอน ยอซูเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือ นายพล
อีซูนชิน ผู้บัญชาการกองทัพเรือสมัยนั้น ได้ต่อเรือเป็นรูปเต่าขึ้นเพื่อป้องกัน
การโจมตีจากญี่ปุ่น ที่เมืองนี้ก็เลยมีสัญลักษณ์เป็นรูปเต่า
ดูจนหนำใจแล้ว ก็เดินลงบันได คราวนี้เหนื่อยน้อยหน่อย กลับไปกินข้าวที่
อิมโพต่อดลซันกัทกิมจิรออยู่
แต่ก่อนที่จะถึงวันปีใหม่ปีนี้เพียงแค่สัปดาห์เดียว ได้ข่าวว่าวัดถูกไฟไหม้
เสียหายทั้งหลัง น่าเสียดายมากๆ

ทางแยกไปอิมโพกับฮยางอิลลัม อีกทางจะไปซองดู

เกือบถึงแล้ว

ทางขึ้นฮยางอิลลัม ต้องซื้อตั๋วก่อน จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่ แต่ไม่น่าจะเกิน 2,000 วอน


บันได 291 ขั้น เดินขึ้นไปซะ


ต้องฝ่าด่านช่องแคบพวกนี้เข้าไป







ว่ากันว่าเป็นน้ำมนต์จากภูเขา ล้างหน้าได้ดื่มได้


จุดบอกทางเค้ากลัวเราหลงอ่ะ

ตรงนี้แหละที่เค้าจะมาดูพระอาทิตย์แรกของปีใหม่


นี่ไงเต่าอยู่ตรงที่พักบันได มี 2 ตัว ซ้าย-ขวา เต่าอะไรหน้าเหมือนมังกรมีหนวดมีเขี้ยวด้วย

ที่นี่อะไรๆ ก็เต่า





นึกว่าประเพณีซื้อกระเบื้องจะมีแต่วัดบ้านเรา เกาหลีก็มี ซื้อกระเบื้อง
มุงหลังเต่า แผ่นละ 2 หมื่นวอนมีบริการเขียนชื่อด้วย แต่ถ้าเป็นเต่าหิน
ก้อนละ 1 แสนวอนแน่ะ

แล้วไอ้ดลซันกัทกิมจิ ชื่อเรียกยากๆ เนี่ยะ มันต่างจากกิมจิทั่วไปตรงไหน
เห็นหน้าตาก็รู้แล้ว แค่ผักก็ต่างกัน กิมจิทั่วไปส่วนใหญ่มักใช้ผักกาดขาว
และกระหล่ำปลี แต่ว่าไอ้กัทกิมจินี่ ทำจากผักกัท เพื่อนฉันมันก็ไม่สามารถ
ใส่ชื่อภาษาไทยได้ แต่ฉันมองแล้ว มันเหมือนผักกาดเขียวปลีบ้านเรา
เอ้...หรือจะเป็นผักกวางตุ้งหว่า
ผักกัทจะต้องปลูกที่เกาะดลซันเท่านั้น ถึงจะเป็นของแท้
ถ้าคนเกาหลีอยากกินกิมจิแบบยอซู ก็ไม่ต้องมาไกลถึงยอซู เพราะตาม
ซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปก็มีขาย
ในปี 2012 ยอซู ก็จะมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะจะมีการจัดงาน EXPO
ถือเป็นงานEXPO ระดับโลกครั้งที่2 ของเกาหลี
ดลซันกัทกิมจิ หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง


บรรยากาศในหมู่บ้านอิมโพ

สถานีรถไฟยอซู จะกลับแล้วจ้า

เป็นไงค่ะ ฉันพาเที่ยวเหมือนใครม่ะ อาทิตย์หน้าไปเต้นดิสโก้ที่อินชอนกันค่ะ




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น