วอลมิโด (월미도) อยู่ในเมืองอินชอน แล้วทำไมเราต้องไปเต้นดิสโก้ไกลถึง
เกาหลี งงตัวเองเหมียนกัน
อินชอน เป็นมหานครที่ใหญ่เป็นอันดับ3 รองจากโซล และพูซาน ใครที่ไม่เคย
ได้ชื่ออินชอนก็กลับไปหลังเขาได้เลย อย่างน้อยก็ต้องเคยได้ยินชื่อสนามบิน
อินชอนกันบ้างล่ะ ก็สนามบินตั้งอยู่ที่นี่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสนามบินที่ดีที่สุด
คนไทยไปเที่ยวเกาหลีต้องผ่านอินชอน บางทัวร์ก่อนที่จะพาคุณเข้าโซล ก็มัก
แวะที่ใดที่หนึ่งในอินชอนก่อน
เมื่อก่อนอินชอนอยู่ในจังหวัดคยองกี แต่ว่าได้แยกตัวออกมาเป็นอีกเมืองเมื่อปี
1981
อินชอนถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจ เพราะเค้าจะทำให้อินชอนเป็นฮับการขนส่งที่
สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21 แล้วเค้าก็จะสร้างเมืองใหม่และตึกที่สูงที่สุดโลก
อินชอนมีท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับ2 รองจากท่าเรือในพูซาน
อินชอนมีทำเลทอง ตรงที่มีท่าเรือดี ซึ่งท่าเรือถูกพบเมื่อปี 1883 ซึ่งตอนนั้น
เรียกว่าเจมุลโพ 제물포 มีคนอยู่เพียงแค่ 4,700 คนเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีถึง
2 ล้านกว่าคน
ท่าเรืออินชอน สามารถนั่งเรือข้ามไปถึงจีนได้ถึง 4 เมืองเลยทีเดียวไม่ว่าจะ
เป็นเมืองต้าเหลียน, ชิงเต่า, เทียนจิน และเวยไห่
และในทางกลับกัน ก็มีชาวจีนมาเยือนอินชอนจำนวนไม่น้อย
ในปี 1950 กองกำลังของกองทัพสหรัฐฯ ได้มาเทียบท่ายกพลขึ้นบกที่อินชอน
เพื่อร่วมสู้รบกับเกาหลีเหนือในสงครามเกาหลี และในวันที่ 10 ก.ย.
เมืองอินชอน ถูกระเบิดถล่ม สูญเสียประชากร และทหารไปหลายร้อยคน
ที่เราจะไปเที่ยวคือ วอลมิโด หรือเกาะวอลมิ 월미도 มีทัวร์ไทยไปลงเหมือน
กัน แต่ก็แป๊บเดียว เหมือนมันคือทางผ่าน
ทัวร์ส่วนใหญ่จะพาไปที่รูปปั้นนายพลแม็คอาเธอร์ ที่สวนจายูแล้วก็กลับ หรือ
ย่านไชน่าทาวน์อีกนิดหน่อย เพราะอยู่ใกล้ๆ กัน ถ้าไปวอลมิโด เห็นเค้าจะมี
สโลแกนว่า "ท่องเรือเฟอร์รี่ ชมนกนางนวล" ประมาณนั้น
ในที่นี้จะขอเรียกว่า วอลมิโด แทนคำว่าเกาะวอลมิ เป็นการทับศัพท์ภาษาเกาหลี
ถึงอินชอนแล้ว เราจะเลี้ยวซ้ายไปวอลมิโด ส่วนเลี้ยวขวาไปสวนจายูเอาไว้ไป
วันหลัง
ที่เห็นซุ้มประตูจีนด้านขวา เป็นทางเข้าไชน่าทาวน์ เดี๋ยวกลับจากวอลมิโดแล้ว
จะพาไป แต่ตอนนี้เราเลี้ยวซ้ายก่อน
ภาพสั่นแงกๆ เลย
ถนนอีกเส้น วอลมิโดเลี้ยวขวา

วอลมิโด คนเกาหลีนิยมไปเที่ยวช่วงวันหยุด แบบเช้าไปเย็นกลับเพราะว่าใกล้โซล
วอลมิโด เป็นเกาะที่อยู่ห่างชายฝั่งอินชอนประมาณ 1 กม. ชื่อวอลมิโดมาจาก
รูปทรงของเกาะที่มีรูปร่างคล้ายส่วนท้ายของพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว
เราจะไปวอลมิโด ด้วยการนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามไปสถานเดียว แต่ใครจะว่ายน้ำ
ข้ามไปก็ลองดู เรือที่นี่เรียกว่า Cosmos Ferry (คงเป็นชื่อบริษัทมั้ง)เขาจะ
ให้บริการวันละ 4 รอบ 11:30, 13:30, 15:30, 17:30 เท่ากับออกทุกๆ
2 ชั่วโมง ถ้าเป็นในช่วงหน้าร้อน ก็จะมีรอบ 19:30 ด้วย
คอสมอสเป็นเรือเฟอร์รี่ลำใหญ่ ๆ แบบรถยนต์ลงได้ บางครอบครัวขับรถมา
ก็ไปมันทั้งรถทั้งคน เหมือนเราข้ามไปเกาะสมุย ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีมั้ง
ก่อนจะลงเรือเค้าก็แจกข้าวเกรียบกุ้งมาให้ เราก็คิดว่าเค้าคงให้เรากินเล่นๆ
ระหว่างทาง เพื่อนสะกิดบอกอย่ากินเข้าไปเชียวนะแกเพราะมันไม่ใช่ขนมของ
แก แต่เป็นของนก แต่อยากจะบอกว่าฉันแอบกิน เพราะเห็นเจ้ข้างๆ นกคำ
เจ้คำ
ระหว่างอยู่บนเรือก็ไม่เหงาตามสโลแกนชมนางนวล จะมีนกนางนวลบินโฉบไป
โฉบมารอข้าวเกรียบกุ้ง เหมือนมันรู้งาน
เรือเฟอร์รี่ Cosmos ที่ให้บริการข้ามไปวอลมิโด
ซื้อตั๋วลงเรือ
ทางขึ้นและทางลงของเรือเฟอร์รี่
บนเรือเฟอร์รี่
ฉันชอบที่นี่เพราะมีอาหารทะเล อะหย่อยๆๆ ละลานตา มีภัตตาคารซีฟู๊ดเป็น
สิบๆ ร้าน จนไม่รู้ว่าจะเข้าร้านไหน แต่ก็เลือกได้สักร้าน
ถึงแล้ววอลมิโด
หนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวบนวอลมิโด

พอตกกลางคืน ซึ่งถ้าไปกับทัวร์คุณก็จะไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ เพราะเค้าจะพาคุณ
กลับไปซะก่อน ตามข้างทางก็จะมีพวกศิลปินมานั่งรับจ้างวาดรูปเหมือน แต่รู้สึก
ว่าเดี๋ยวนี้ในช่วงสุดสัปดาห์กลางวันก็เริ่มมีติสท์ๆ มานั่งวาดแล้ว
เห็นเป็นเกาะอย่างงี้มีสวนสนุกด้วยเหมือนกัน ที่เปิดให้บริการตั้งแต่กลางวันถึง
กลางคืน แม้จะไม่ใหญ่เหมือนที่อื่น ตรงนี้แหละที่ฉันเรียกว่า "ไปเต้นดิสโก้
ที่วอลมิโด"
ที่นี่มีของเล่นที่ขึ้นชื่อที่ไปแล้วแม้ไม่เล่นก็ต้องไปดูเค้าเรียกว่า Apollo Disco
มันเหมือนกับเป็นยานอวกาศ พอเข้าไปนั่ง ขึ้นเพลงมันส์ๆ ปุ๊บ แล้วมันก็จะเต้น
ดิสโก้ไปตามจังหวะจากช้าๆ แล้วค่อยเหวี่ยงแรงขึ้นเรื่อยๆ จนหัวทิ่มหัวตำ
Apollo Disco คงควบคุมการทำงานด้วยระบบไฮโดรลิค ระหว่างที่มันทำให้ฉัน
หัวโยกหัวคลอน จะมีดีเจซึ่งฝีปากจัดจ้านแนวน้าเนคคอยกัดคอยจิกอยู่ตลอด
สวยมากก็โดนแซวมากหน่อย คนที่อยู่ข้างล่างกองเชียร์ก็จะฮากับฝีปากของ
ตาดีเจจนท้องคัดท้องแข็ง
จะมีผู้สันทัดกรณีเก่งๆ ขึ้นไปกระโดดโลดเต้นอยู่ในนั้น ในขณะที่คนนั่งเฉยๆ
อย่างเรา ต้องเกาะราวซะแน่นเพราะกลัวจะกระเด็นหลุดจากวงโคจร บางคนก็
เกิดเหตุการณ์รองเท้าบิน ถ้าเหวี่ยงมากๆ คนก็จะกลิ้งไปกองรวมกัน
Apollo Disco เก๋มากแค่ไหน ก็ถึงขนาดมีรายการของสถานี KBS, MBC, SBS
มาถ่ายทำรายการด้วย ฉันรู้เพราะว่าเค้าติดแบนเนอร์อวดไว้
ของเล่นที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายต่อตับและหัวใจ เช่น ไวกิ้งเงี้ยะ, อินเดียน่าโจนส์งั้น
ไอ้นี่แหละ Apollo Disco
นั่งไม่ดีมีสิทธิ์เป็นแบบนี้
อีนี่ไวกิ้ง
มีของเล่นยิงลูกโป่ง ได้ตุ๊กตาด้วย
ในตอนกลางคืนก็จะมีเหล่าติสท์ๆ มานั่งรับจ้างวาดรูป
กลับแล้วนะจ๊ะ รถไฟว่างมากๆ เลย




7 ความคิดเห็น:
ย้ายบ้านมาก็ตามมาอีกค่ะ
Apollo Disco ดูน่าสนุก
รูปเจ๊ชุดดำสองคนถึงขนาดต้องหนีบกันเลย 555
ทริปนี้ไม่ผิดหวังค่ะ ขอบคุณนะคะ
วันนี้ภาพสถานที่ดูคุ้นตาค่ะ
เหมือนเห็นในซีรี่ย์ซักเรื่อง
รถไฟของเขา
ดูเหมือนของญี่ปุ่นเลยนะคะ
เคยไปแต่ญี่ปุ่นค่ะหลายครั้งแล้ว
แต่ยังไม่เคยไปเกาหลีเลย
อยากไปมากกกกกกก
คุณเฟริสท์พาเที่ยวสนุกดีค่ะ
ภาษาคนทำหนังสือ
เขาเรียกว่าเดินเรื่องด้วยภาพหรือเปล่า
ไม่แน่ใจ
เหมือนได้เดินชมเมืองไปเรื่อยๆ
ส่วนเครื่องเล่นลองมาหมดแล้ว
แต่ขอแค่ครั้งเดียวพอ
ไม่ยักกะอยากเล่นครั้งที่สองเลยค่ะ
ขอบคุณมากๆนะคะ
ดูน่าสนุกค่ะ ของเล่นแต่ละอย่าง แต่คงไม่กล้าเล่นอ่ะค่ะ
เกรงใจอายุตัวเอง อาทิตย์ต่อๆไปเราพบกันที่นี่ตลอดใช่มั้ยคะ เมื่อวาน คุณเฟริสท์ คงฉุกละหุกน่าดู แต่ก็ยังมานำเที่ยวได้ ขอบคุณค่ะ
ตามามาค่ะๆ
วอลมีโด รายการ1บัก2อิลก็เคยพาไปใช่มั๊ยคะ
วอลมิโด ดูแล้วน่าไปมาก ไม่ไกลจากโซล ไปได้หลาย
ทาง เรือ รถยนต์ รถไฟ Apollo Disco เคยเล่นที่เกาหลีครั้งนึ่ง ตอนนั้นไปกับทัวร์ เขาปล่อยให้ชอปปิ้งที่ดัมแดมุน ก็เลยไปลองเล่นดู เหมือนกับของบ้านเรา
จะเหวี่ยงแรงมาก แล้วฟัดขึ้นฟัดลง ใครจับไม่แน่นจะร่วงไปกองที่พื้น
ตามมาอย่างด่วน กลัวขึ้นเฟอรารี่ ไม่ทัน ข้ามทะเล
สวยคะสวย น่าไปมากๆเลย คะ
น่าลอง Apollo Disco แต่ เหวี่ยงแบบนี้ พอออกมา คงหมดสภาพ แน่แท้
จะตามต่อไปคะ
นานา นอร์เวย
เห็นบ้านเมืองความสะอาดสะอ้านของเค้าแล้วน่าไปเที่ยวมาก ท่าลงเรือเฟอรี่ประมาณเกาะช้างบ้านเราเลยนิ อยากให้อาหารนกนางนวล มันจะจิกพลาดโดนมือเรามั๊ยเนี่ย
แต่สวนสนุกเห็นที่จะต้องขอบาย เล่นทีไรเป็นได้เรื่องทุกที ไม่ว่าจะเป็นไวกิ้ง อินเดียน่าโจนส์ หรือเม้าเท่นบ้าบออะไรที่โยนลงมาจากยอดเขา เคยพาลูกไปเที่ยวดิสนี่แลนด์ที่อเมริกา เข้าไปกะลูกต้องนั่งหลับตาอย่างเดียวไม่งั้นเดี๋ยวคายของเก่า ลูกบอกว่าแม่เสียเงินตั้งแพงแล้วทำไมไม่ลืมตา ภาพสามมิติสวย ๆ ทั้งนั้น ไม่เข้าไปด้วยกันก็ไม่ได้เพราะทางเข้าทางออกคนละทาง คำนวณเวลาที่จะได้เข้าไปรอรอบไม่ถูก เดี๋ยวจะหลงกัน พอออกมาก็มานั่งหน้าเขียวหน้าเหลือง เพราะฉะนั้นคนที่เป็น motion sickness หรือประเภทน้ำในหูไม่เท่ากันไม่ควรเสี่ยงชีวิตเด็ดขาด แต่ก็ยังไม่เคยลองว่าถ้ากินยากันเมาแล้วจะได้ผลหรือเปล่า
ถ้าคุณเฟริสท์จัดทัวร์ส่งข่าวกันบ้างน๊า
แสดงความคิดเห็น