เกาหลีอีกมุม....ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว,
ประเพณีวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่, อาหาร, และสารพัดสารเพ


ชื่อต่างๆ ที่เป็นภาษาเกาหลี
พยายามเขียนออกเสียงให้ใกล้เคียงมากที่สุด


การเทียบค่าเงินวอนกับเงินบาท เป็นการประมาณค่าที่ 1,000 วอน = 35 บาท

จะไม่เน้นว่าสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งเดินทางไปยังไง เช่น ขึ้นรถไฟ สายไหน ลงที่ไหน

ให้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

28 กุมภาพันธ์ 2553

ตอนที่ 9 อนุสาวรีย์วีรกรรมทหารไทย จ.คยองกี

ก่อนอื่นไปทำความรู้จักเกี่ยวกับการเข้าร่วมรบของทหารไทยในสงคราม
เกาหลี ซึ่งฉันไม่มีข้อมูลทางนี้ และอยากจะทราบเรื่องนี้มากๆ จึงต้องขอ
รบกวนข้อมูลจาก น.ท.ทักษิณ เปี่ยมแสง ซึ่งนอกจากท่านจะเล่าถึง
ทหารไทยที่ไปร่วมรบในครั้งนั้นแล้ว ก็ได้กรุณาเขียนถึงประวัติความเป็น
มาการสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ด้วย ขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างมาก

เมื่ออ่านแล้วคุณจะรักทหารไทยขึ้นอีกโข

หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ประเทศเกาหลีถูกแบ่งออกเป็นเหนือและใต้
และด้วยนโยบายของโซเวียตรัสเซียที่ครองพื้นที่เกาหลีเหนืออยู่ เห็น
ความสำคัญและต้องการครอบครองคาบสมุทรเกาหลีไว้ในอิทธิพลของ
ตนทั้งหมด จึงให้ความช่วยเหลือทุกรูปแบบแก่เกาหลีเหนือจนมีความ
แข็งแกร่งกว่าฝ่ายเกาหลีใต้

และในย่ำรุ่งวันที่ ๒๕ มิ.ย.๒๔๙๓ ฝ่ายเกาหลีเหนือได้โถมกำลังพล
อาวุธยุทโธปกรณ์ที่รัสเซียฝึกไว้อย่างดี จำนวนถึง ๑๐ กองพล ประมาณ
๖๐,๐๐๐ คน รุกรานเข้ามาในดินแดนเกาหลีใต้ฝ่ายเกาหลีใต้

ซึ่งขณะนั้นไม่มีกำลังทหารอเมริกาอยู่ด้วย นอกจากที่ปรึกษาทางทหาร
ประมาณ ๕๐๐ คนเท่านั้น ไม่สามารถต้านทานได้ ร่นถอยไป กว่าจะตั้ง
หลักได้ก็ประมาณเมืองปูซาน

ขณะเดียวกันองค์การสหประชาชาติเห็นว่าการรุกรานครั้งนี้กระทบกระเทือน
สันติภาพของโลกอย่างมาก จึงเรียกร้องให้บรรดาชาติที่ใฝ่สันติส่งกำลังทหาร
มาร่วมรบในฐานะกองทัพสหประชาชาติ

ประเทศไทยได้เล็งเห็นอันตรายของภัยคอมมิวนิสต์ที่รุกรานเกาหลีใต้ขณะนั้น
ว่าอาจมีผลต่อภูมิภาคเอเชีย ซึ่งอาจเลยมาถึงประเทศไทยในเวลาไม่นานนัก
สภาป้องกันราชอาณาจักร (หลักฐานบางแห่งเรียก สภาความมั่นคงแห่งชาติ)
ได้ประชุมปรึกษาหารือและมีมติเมื่อ ๒๐ ต.ค. ๙๓ ให้ส่งกำลังทหารไปร่วม
รบตามที่สหประชาชาติร้องขอ

คณะรัฐมนตรีได้ประชุมเป็นการด่วนและเห็นด้วยกับมติของสภาป้องกันราช
อาณาจักร รัฐบาลได้ขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบ
ประเทศไทยจึงเป็นประเทศแรกที่ตัดสินใจส่งทหารมาร่วมรบตามคำขอของ
สหประชาชาติ (ที่เป็นชาติแรกนั้น ตามหลักฐานคำปราศรัยของ รมต.กลา
โหมเกาหลีใต้ ในวันพิธีเปิดอนุสาวรีย์ ฯ เมื่อ ๒ ต.ค. ๒๕๑๗ )

กองกำลังทหารไทยที่เดินทางมาร่วมรบในครั้งนั้นประกอบด้วยกำลังทหารบก
๑ กรมผสมเรือรบ ๓ ลำ เครื่องบินลำเลียง ๓ ลำ ชุดพยาบาลทหารอากาศ ๑ ชุด
และหน่วยพยาบาลสภากาชาติ กำลังทหารไทย ๑ กรมผสม เดินทางมาถึงปูซาน

ขณะที่อากาศในเกาหลีกำลังอยู่ในระหว่างฤดูใบไม้ผลิ ของเดือนพฤศจิกายน
๒๔๙๓ ความหนาวเริ่มมาเยือน แต่ทหารหาญของเราได้รับภารกิจให้รุกคืบหน้า
ไปทางเหนือ เพื่อตีโต้กลับตามแผนของกองทัพสหประชาชาติ ยิ่งรุกคืบหน้า
ขึ้นไป ความหนาวยิ่งทวีมากขึ้น


ในเกาหลีเมื่อประมาณ ๔๐ ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงบ้านแตกสาแหรกขาด ทุกสิ่งทุกอย่าง
ไม่ใช่สิ่งที่น่าพิสมัย กองทหารต้องนอนกลางดินกินกลางหิมะ ความตายรออยู่ข้างหน้า
ธรรมชาติสุดแสนจะหฤโหด ข้าศึกก็สุดเหี้ยม จะมีใครสักกี่คนที่เข้าใจความทารุณที่
บรรดาวีรบุรุษของเรา ประสบระหว่างรบในเกาหลี

เขาเหล่านั้นรบรุกคืบหน้าไปเรื่อย ๆ ผ่านแนวรบชุนชอน ฮวาชอน แต่ละด้านที่ตี
ผ่านไป ได้ฝากความทรงจำอันเจ็บปวดแก่ข้าศึก ให้รู้ถึงฝีมือนักรบไทย เมื่อทหารไทย
รุกมาถึงอึยจองบู ได้ถูกข้าศึกเข้าตีอย่างหนัก แต่ฝ่ายเราก็สามารถหยุดยั้งข้าศึกและ
ทำให้ข้าศึกล่าถอยไปในที่สุด

สงครามอันแสนหฤโหดครั้งหนึ่งในประวัติมนุษยชาติดำเนินไปเป็นเวลา ๓ ปีเศษ
ได้คร่าชีวิตวีรบุรุษนักรบไทย ๑๒๙ คน สูญหายไป ๕ คน และบาดเจ็บ ๑,๑๖๒ คน

เวลาผ่านไปจวบจน พ.ศ. ๒๕๑๖ รัฐบาลเกาหลีใต้โดยดำริของท่านประธานาธิบดี
ปาร์ค จุง ฮี ได้จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการก่อสร้างอนุสาวรีย์วีรกรรมทหารที่ร่วมรบ
ในสงครามเกาหลี

Hosted image

อนุสาวรีย์วีรกรรมทหารไทย ออกแบบโดยสถาปนิก ลี อิล ยุง ก็ได้ผ่านการรับรองของ
คณะกรรมการดังกล่าว ท่านสถาปนิกได้ให้ความหมายในแต่ละส่วนของอนุสาวรีย์ไว้
อย่างน่าชื่นชม โดยประสานความสงบร่มเย็นแห่งพระพุทธศาสนา เข้ากับวัฒนธรรม
อันงดงามของไทยที่มีมาแต่โบราณกาล ซึ่งเป็นส่วนที่ให้ความสง่างามแก่อนุสาวรีย์

นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นถึงความมิตรกันของประชาชนชาวไทยและเกาหลีที่จะ
ต้องรุ่งโรจน์ตลอดไปดุจดังดวงตะวันที่ท่านบรรจงใส่ลงตรงกลางอนุสาวรีย์

การก่อสร้างอนุสาวรีย์ ฯ ได้เริ่มลงมือเมื่อ ๒๐ ก.ย. ๒๕๑๖ ณ ต.อุนชอน
อ.โปชอน จ. เกียวกิโด (คยองกี) ซึ่งเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์ในปัจจุบัน
สิ้นค่าก่อสร้าง ๒๔,๘๒๓,๘๘๕ วอน

ในจำนวนนี้เป็นค่าก่อสร้างอนุสาวรีย์ประมาณ ๒๐ ล้านวอน ที่เหลือเป็น
ค่าปรับแต่งพื้นที่ ๔ ล้านวอนเศษ การก่อสร้างเสร็จสิ้นในวันที่ ๓๐ เม.ย. ๒๕๑๗
รัฐบาลเกาหลีใต้โดยกระทรวงกลาโหม เป็นผู้รับผิดชอบพิธีเปิดอนุสาวรีย์วีรกรรม
ทหารไทยในสงครามเกาหลี และได้มีหนังสือเชิญผู้แทนฝ่ายไทยให้มาร่วมพิธีเปิด
อนุสาวรีย์ ฯ นี้ด้วย

รัฐบาลไทยได้ส่ง พลอากาศเอกบัว ศิริทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
และ พล.อ. กฤษณ์ สีวะรา ผบ.ทบ. ในขณะนั้นพร้อมด้วยคณะ มาร่วมพิธีเปิด
อนุสาวรีย์ ฯ ซึ่งกำหนดไว้วันที่ ๒ ต.ค. ๒๕๑๗

พิธีเปิดอนุสาวรีย์ ฯ ได้กระทำอย่างสมเกียรติท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติทั้งชาวเกาหลี
และผู้แทนจากหลายประเทศ

ความหมายเกี่ยวกับอนุสาวรีย์
๑. พระรัตนตรัย อันประกอบด้วย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
๒. ทำด้วยทองแดงมีลวดลาย หมายถึง วัฒนธรรมของไทยทั้งโบราณและปัจจุบัน
๓. หมายถึง พระอาทิตย์ ที่รุ่งโรจน์ ให้แสงสว่างตลอดไป
๔. ทหารไทยกับประชาชนเกาหลี ซึ่งมีความเป็นมิตรต่อกัน
๕. ธงชาติไทย พร้อมเครื่องหมายสหประชาชาติ
๖. เป็นภาษาเกาหลี แปลว่า อนุสาวรีย์วีรกรรมทหารไทยในสงครามเกาหลี
๗. คำจารึก เป็นภาษาไทย เกาหลีและอังกฤษ
๘. ประวัติย่อการรบของทหารไทยในสมรภูมิเกาหลีและผู้บังคับบัญชารุ่นก่อน
มีทั้งภาษาไทย เกาหลี และภาษาอังกฤษ

ในเมืองไทยก็มีอนุสาวรีย์วีรกรรมทหารไทยในเกาหลีเช่นกัน โดยมีการจำลองแบบ
มาจากเกาหลี และดำเนินการก่อสร้างในปี 2531 แต่จะอยู่ที่ไหน ติดตามได้ใน
หนังสือของฉันที่เดียว

Hosted image

Hosted image

Hosted image

2 ความคิดเห็น:

pp กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะ ไม่ได้มาทักทายกันนานเลยนะคะ เพิ่งหาทางเข้าเจอ ก็เจอบทความนี้พอดีเลยค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่หามาฝาก แล้วว่าง ๆ จะแวะมาทักทายใหม่นะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ ค่ะ มีก๊กไว้อีก
รออ่านในพ๊อกเก็ตบุ๊คต่อค่ะ/missko

เพื่อนร่วมทาง